วันนี้ Biztalk จะมาชวนคุยเรื่องของการนำ AI มาช่วยในการทำงานในมุมสื่อ ว่ามันจะมาแย่งงานเรา หรือ ที่เขาบอกว่า AI ไม่ได้จะมาแทนที่คนหรอก แต่จะมาช่วยให้เราทำงานง่ายขึ้น
สรุปมันยังไงกันแน่ ผมจะเล่าในส่วนของประสบการณ์งานสื่อให้ฟังกันครับ
ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า ปี 2025 นี้ ถือว่าเป็นปีที่ AI ครองเมืองอย่างแท้จริง เพราะมันถูกพิสูจน์ในปี 2024 ที่ผ่านมาแล้ว ว่าสามารถช่วยเรื่องการทำงานได้จริง โดยเฉพาะเรื่องการทำคอนเทนต์ ทำพรีเซนต์ ช่วยคิดด้านการตลาด หรือล่าสุดที่มีดราม่าเรื่องเขียนโค้ด
ในสายงานสื่อที่ทำอยู่ เราใช้ AI ทำอะไรบ้าง
หลักๆ ผมใช้ AI ช่วยหาข้อมูลข่าวที่เกี่ยวข้อง เฉพาะที่เป็น Fact หรือข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศนะครับ เช่น บริษัทเปิดตัวนวัตกรรมอะไร สินค้าอะไร สเปคมีจุดเด่นอะไรบ้าง ส่วนพวกความเห็นที่ AI มันลิสออกมา ตรงนี้จะต้องอ่านดีๆ เพราะบางที AI มันอาจจะดึงข้อมูลที่อาจจะไม่ได้เป็นข้อเท็จจริงจากปากนักวิชาการ หรือคอมเมนต์จากกูรู
คือก็ยังมีคนบอกกันว่า บางทีมันก็มั่วมานั่นแหละครับ
อีกส่วนคือ ผมใช้ AI ช่วยเรียบเรียงข่าว คือเราไม่ได้ให้มันเขียนจากศูนย์นะครับ แต่เรามีเนื้อหาแบบ 100% แล้ว แค่อยากให้มันช่วยลองปรับให้เป็นสไตล์ที่เราต้องการ หรือบางทีคิดไม่ออกว่าจะเรียงเรื่องยังไง ชูประเด็นไหนเป็นหลัก ตัดอะไรออก ก็ให้ AI ช่วยลองเรียง Story Line ให้ อันนี้ช่วยได้มากครับ ทำให้เราทำงานต่อได้เลย
แล้วก็ยังมีเรื่องการแปลข่าว สรุปเนื้อหาข่าวภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งที่ไม่ดึงข่าวภาษาอื่นมา เพราะเอาจริงๆ คือเราไม่รู้ภาษาต้นทาง ถ้าเกิดมันผิดขึ้นมาก็จะวุ่นวายเปล่าๆ ครับ เพราะเอาจริงๆ การแปลข่าว ควรแปลเฉพาะภาษาที่เราอ่านเทียบข้อมูลได้จะดีกว่าครับ
ส่วนรูปประกอบข่าว อันนี้ใช้บ้างเวลาแปลข่าวต่างประเทศ และเราไม่มีภาพประกอบจาก Official ก็จะใช้ AI สร้างภาพประกอบข่าวให้
สุดท้าย VDO บอกตรงๆ ยังไม่ได้ใช้เลย เพราะยังไม่รู้สึกว่ามันจะได้คลิปแบบที่เราต้องการจริงๆ
แล้วสื่อต้องทำยังไงดี เมื่อ AI มาช่วยทำงานแทนได้ขนาดนี้
ถ้าคุณยังทำงานได้แค่อย่างเดียว เก่งเรื่องเดียวและทำงานอื่นไม่ได้ วันที่ AI มันมีความสามารถของงานที่คุณทำแล้ว คุณไม่รอดแน่นอน
เช่น ในสายอาชีพสื่อ คุณอาจจะเป็นนักพิสูจน์อักษรที่เก่งมากๆ และทำงานอื่นไม่ได้ แต่วันนี้ AI สามารถตรวจคำผิดได้แล้ว และหาก AI แม่นพจนานุกรมมากๆ คนที่ตื่นเช้ามาทำงานตรวจคำผิดอย่างเดียวก็จะไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะเขาใช้คนเขียนข่าวนี่แหละ ที่ทำงานเพิ่ม คือแปะเนื้อข่าวไปให้ AI ตรวจความถูกต้อง ทั้งคำสะกด คำเชื่อมประโยค มันแนะนำออกมาได้หมด
หรือเอาจริงๆ งานนักข่าวที่เคยต้องมี 5 คน และแบ่งกันไปทำคนละอย่างสองอย่าง วิ่งงานคนละสาย สุดท้ายก็อาจจะมี 2 คนตกงานทันที เพราะบริษัทมองว่า มี 3 คนที่ใช้ AI เข้ามาช่วย และไปเรียนรู้เพิ่มในงานสายอื่นๆ ก็ทำงานได้มากกว่ามี 5 คนแล้ว
ส่วนสื่อไซส์เล็กแบบที่ทำกันเอง 2-3 คน ก็ไม่จำเป็นต้องรับคนเพิ่มอีกต่อไป
ส่วนสื่อออนไลน์ที่คุณอาจจะเห็นว่าเขามีทีมใหญ่มากๆ ตรงนี้บอกได้เลยครับว่า มีไม่ถึง 20% ของบริษัทที่เป็นพนักงานที่รับผิดชอบคอนเทนต์ ที่เหลือนั้นเขาใช้สำหรับการทำงานอื่นๆ ที่ต้องพึ่งคนทั้งนั้น เช่น งานโปรดักชั่น หรืองานสเกลใหญ่ๆ อย่างอีเวนต์ ที่สุดท้ายแล้ว AI ยังไม่ได้มีความสามารถตรงนั้นเพียงพอ นอกจากจะมีหุ่นยนต์ AI มาแบกของจัดฉากแทนคนได้จริงๆ
สรุป AI จะมาช่วย หรือมาแทนคน
ถ้าพูดแบบตรงไปตรงมาคือทั้ง 2 อย่างครับ
วันนี้อาชีพสื่อ หรือครีเอเตอร์ ต้องปรับตัวกันมาก เรียนรู้สกิลใหม่กันมากขึ้น และต้องเป็นสกิลที่ AI เข้ามาแทนที่ไม่ได้ในตอนนี้ ไม่อย่างนั้นก็รอดยากครับ
และไม่ใช่แค่อาชีพสื่อ เพราะล่าสุดก็ไปเห็นโพสต์ๆ นึงใน Facebook เขาก็บอกประมาณว่า AI เริ่มแย่งงานนางแบบ นายแบบ ทั่วไป ที่สมัยก่อนต้องจ้างไปถ่ายประกอบสินค้าที่เราเห็นในป้ายโฆษณา แต่ตอนนี้เขาใช้ AI ออกแบบหน้าคนแทนแล้ว เลือกชุดเองก็ได้ แถมไม่ต้องนัดคิวถ่ายรูป
หรือในระดับธุรกิจขายภาพ ขาย Footage ก็จะได้รับผลกระทบในระะยาว เพราะ AI สร้างภาพกับคลิปวิดีโอได้ตรงกับความต้องการ กลุ่มคนที่หารายได้จากการขายภาพเป็นหลัก ก็จะต้องปรับตัวมากขึ้น
สำหรับในภาพรวม ลองคิดดูนะครับ ผลสำรวจในปี 2024 ที่ผ่านมา บริษัทขนาดเล็กและกลาง มีพนักงาน 80% ใช้ AI กับการทำงานโดยที่องค์กรเขาไม่รู้ หรือไม่ได้อนุมัติให้ใช้
และ พนักงานกว่าครึ่ง (50%) ก็ยังไม่กล้าเปิดเผยว่าพวกเขาใช้ AI ในงานสำคัญ เพราะกลัวถูกมองว่างานที่ตัวเองทำมันง่ายสำหรับ AI และอาจจะโดน AI เข้ามาแทนที่ในหน้าที่การงาน
ซึ่งอันนี้ไม่ได้เป็นตัวเลขที่ได้มามั่วๆ แต่เกิดจากผลสำรวจพนักงาน กว่า 31,000 คน ใน 31 ประเทศ ของไมโครซอฟท์และ LinkedIn
แล้วถ้าเกิดบริษัทดึง AI เข้ามาใช้กันหมดจริงๆ แบบที่พนักงานไม่ต้องแอบใช้ แน่นอนว่าก็คงจะต้องมีการปรับโครงสร้างกันยกใหญ่แน่นอนครับ คนที่มีทักษะดีที่สุดหลากหลายที่สุดในองค์กรก็จะมีโอกาสรอดเป็นคนแรกๆ
ทิ้งท้าย
พูดมาถึงตรงนี้ ก็ไม่ได้อยากจะให้กลัวกันนะครับ เพราะหากเราย้อนประวัติศาสตร์จริงๆ ไม่ว่าธุรกิจอะไร คน ก็ถูกดิสรัปต์ด้วยเครื่องจักร และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาตลอด เช่น สมัยก่อนโรงงานที่ต้องใช้คนจำนวนมากทำงาน จนวันนี้ก็มีเครื่องจักรมาทำได้โดยไม่ต้องใช้คนอีกต่อไป แรงงานฝีมือก็ตกงานกันไปมากมาย
แต่ในยุค AI มันแค่เร็วขึ้นครับ อะไรใหม่ๆ มันเข้ามาเร็วขึ้น และเข้ามาดิสรัปต์คนที่ทำธุรกิจในวงการดิจิทัล เข้ามาเป็นผู้ช่วย ลดการจ้างคนที่ต้องมานั่งหน้าคอมทุกวัน
สุดท้าย ยังไงแล้ว AI จะทำงานได้ดีเมื่อเรียนรู้จากข้อมูลที่ดีจากในอดีต มันยังไม่สามารถทำสิ่งที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในโลกได้ ซึ่งสิ่งพวกนั้น มันอยู่ในตัวมนุษย์เราเท่านั้น มนุษย์เรายังเป็นผู้สร้างสิ่งใหม่ที่ AI ทำไม่ได้ครับ
เพราะฉะนั้น สิ่งที่ AI เข้ามาแทนที่ไม่ได้ในวันนี้ คือ เรื่องงาน Craft ต่างๆ ที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของคน รวมถึงคนที่คิดกลยุทธ์อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ
เราแค่ต้องมองให้ออก ว่าสายอาชีพที่เราทำอยู่ AI มันทำแทนเราได้ 100% หรือยัง หรือมันแค่มาช่วยให้เราทำงานสบายขึ้น และเรามีเวลาไปพัฒนาตัวเองให้มีสกิลใหม่ๆ ที่ AI ยังเข้ามาทดแทนไม่ได้







