HUAWEI Watch Fit 4 ยังน่าใช้อยู่มั้ย ในวันที่ Watch Fit 5 มาแล้ว

HUAWEI Watch Fit 4 ยังน่าใช้อยู่มั้ย ในวันที่ Watch Fit 5 มาแล้ว

Biztalk Gadget พามาสรุปรายละเอียดสำคัญจากการเปรียบเทียบ Huawei Watch Fit 4 และ Huawei Watch Fit 5 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุด

  1. การออกแบบและหน้าจอ
  • ขนาดหน้าจอ: ทั้งสองรุ่นมีขนาด 1.82 นิ้ว และความหนาตัวเรือนใกล้เคียงกัน (ประมาณ 9.5 มม.)
  • ความสว่าง: Watch Fit 4 สว่างสูงสุด 2,000 nits ขณะที่ Watch Fit 5 เพิ่มเป็น 2,500 nits
  • หากไม่ได้ใช้งานกลางแดดจัดตลอดเวลา ความแตกต่าง 500 nits แทบจะมองไม่เห็นความต่างในการใช้งานทั่วไป (ในร่มหรือฟิตเนส)
  1. ฟีเจอร์ใหม่ใน Watch Fit 5 (ที่ Fit 4 ไม่มี)
  • การจ่ายเงิน: รองรับการช่ายเงินผ่าน QR Code บนหน้าปัดนาฬิกาได้โดยตรง (เช่น แอป 7-Eleven) ไม่ต้องหยิบโทรศัพท์
  • Fall Detection: ระบบตรวจจับการล้มและโทรหาเบอร์ฉุกเฉินที่ตั้งไว้
  • โหมดกีฬาเพิ่มเติม: รองรับแอป Third-party สำหรับกีฬาที่ใช้ไม้แร็กเกต เช่น เทนนิส, แบดมินตัน, พิกเกิลบอล
  • หน้าปัดน้องแพนด้า: มีแอนิเมชันน้องแพนด้านำออกกำลังกายท่าพื้นฐานบนหน้าจอ
  1. ประสิทธิภาพและการใช้งานจริง (Watch Fit 4)
  • ความเสถียร: ระบบเสถียรมาก ไม่เคยเจอปัญหาค้าง รีบูตเอง หรือ Error (ดีกว่าแบรนด์คู่แข่งในระดับเดียวกัน)
  • GPS: ระบบ Huawei Sunflower ใน Fit 4 มีความแม่นยำสูงอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องอัปเกรดเพื่อเอา GPS ใหม่
  • แบตเตอรี่: อึดมาก ชาร์จหนึ่งครั้งใช้งานได้เกือบ 1 สัปดาห์
  • โหมดสุขภาพ: วัดอัตราการเต้นหัวใจได้ดี มีฟีเจอร์วัดอารมณ์ผ่านสีหน้าจอ (ส้ม=ดี, ฟ้า=ปกติ, ม่วง=เครียด) ซึ่งมีทั้งในรุ่น 4 และ 5
  • ข้อจำกัดที่เหมือนกัน: ทั้งสองรุ่นยังมีปัญหาเรื่องการแสดงชื่อผู้โทร/ข้อความจากแอป Line หรือ Messenger ที่บางครั้งขึ้นเป็น “Unknown”
  1. ความคุ้มค่าและราคา
  • Watch Fit 4: ราคาปัจจุบันลดลงมาเหลือประมาณ 2,500 บาท (จากราคาเปิดตัว 3,900 บาท) เหมาะสำหรับคนที่เน้นใช้งานพื้นฐาน ออกกำลังกายทั่วไป และต้องการประหยัดงบ
  • Watch Fit 5: ราคาเปิดตัวคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 4,990 บาท (แพงกว่ารุ่น 4 ประมาณ 1,000 บาทในแง่ราคาเปิดตัว) เนื่องด้วยต้นทุนชิปเซ็ตที่สูงขึ้น

บทสรุปและคำแนะนำ

เลือก Watch Fit 4: หากคุณพอใจกับฟีเจอร์พื้นฐาน (วิ่ง, จักรยาน, ว่ายน้ำ) และเน้นความคุ้มค่าของราคาที่ดรอปลงมามาก

เลือก Watch Fit 5: หากต้องการฟีเจอร์ใหม่ (จ่ายเงินผ่านนาฬิกา, ตรวจจับการล้ม, กีฬาแร็กเกต) และแนะนำให้ซื้อช่วง Pre-order เพราะมักจะมีของแถม (เช่น หูฟัง) ที่มูลค่ารวมแล้วอาจจะคุ้มกว่าราคาตัวเครื่องครับ

รีวิว vivo V70 พอร์ตเทรตตัวตึง “Golden Size” สเปกครบ จบในงบ 2 หมื่น

Scroll to Top