วันนี้ Biztalk Gadget ขอพามา รีวิว vivo X200 FE สมาร์ทโฟนแฟล็กชิปรุ่นน้องสุดจาก vivo ที่มาพร้อมการผสานจุดเด่นของซีรีส์ X และ V เข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์สวยสะดุดตา ประสิทธิภาพที่ตอบโจทย์การใช้งาน ไปจนถึงกล้อง ZEISS ที่ยังคงคุณภาพระดับโปร
ดีไซน์และสัมผัสแรก
vivo X200 FE มาใน 4 สีสันสไตล์น่ารักน่าใช้ ตัวเครื่องที่เรานำมารีวิวคือ สีเหลือง Yellow Glow ซึ่งสวยงามโดดเด่น ตัวกล่องมาในดีไซน์ทรงเดียวกับซีรีส์ X ภายในกล่องมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งสายชาร์จ หัวชาร์จ และเคส (แม้ว่าเคสที่ได้มาจะเป็นสีชมพู Pink Vibe แทนที่จะเป็นสีเหลืองก็ตาม)

สัมผัสแรกของตัวเครื่อง ต้องบอกว่าฝาหลังสีสวยมากๆ แต่ด้วยผิวสัมผัสที่เป็นกระจก ทำให้ค่อนข้างลื่นมือ แนะนำให้ใส่เคสเพื่อการจับถือที่มั่นคงกว่า บริเวณโมดูลกล้อง ZEISS มีความนูนขึ้นมาเล็กน้อย และที่พิเศษคือรุ่นนี้ยังมาพร้อม Aura Light เหมือนในซีรีส์ V ที่ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดียิ่งขึ้น

หน้าจอและขนาดตัวเครื่อง
vivo X200 FE มาพร้อมหน้าจอ LTPO AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว ที่รองรับ HDR10+ และให้ความสว่างสูงสุดถึง 5000nits ซึ่งถือว่าไม่ด้อยไปกว่ารุ่นพี่ X200 เลย จะแพ้ก็แค่ขนาดหน้าจอที่เล็กกว่า แต่ข้อดีของการที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็กกว่าคือ จับถนัดมือกว่า โดยเฉพาะการใช้งานมือเดียว

ตัวเครื่องมีความหนา 7.99 มิลลิเมตร ซึ่งเท่ากับรุ่นพี่ และมีน้ำหนักเพียง 186 กรัม ถือว่าทำน้ำหนักได้ดีมากๆ ด้านขวาเป็นขอบอลูมิเนียมอัลลอยด์ มีปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง และปุ่มล็อกหน้าจอ ด้านบนมีเพียงลำโพง ส่วนด้านซ้ายเรียบๆ ด้านล่างมีช่องใส่ซิมแบบ Nano Sim รองรับ 2 ซิม, พอร์ตชาร์จ Type-C และลำโพง สำหรับการกันน้ำกันฝุ่น รุ่นนี้จัดเต็มมาให้ที่ IP68/IP69

ประสิทธิภาพการใช้งาน
หัวใจของ vivo X200 FE ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9300+ และ GPU Immortalis-G720 ซึ่งเป็นการลดสเปคลงมาจากรุ่นพี่เล็กน้อย แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมสำหรับการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกม สำหรับ RAM ให้มา 12 GB สามารถขยายเพิ่มได้อีก 12 GB และมี ROM ขนาด 512 GB (ไม่สามารถเพิ่มได้)

จุดเด่นที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 6500mAh ที่มาพร้อมเทคโนโลยี BlueVolt ของ vivo ทำให้แม้ตัวเครื่องจะเล็กและเบา แต่กลับใส่แบตเตอรี่มาได้เยอะกว่า X200 ธรรมดาเสียอีก รองรับการชาร์จแบบเสียบสายสูงสุด 90W

กล้อง ZEISS: จุดขายที่ยังคงความประทับใจ
สำหรับคนรักการถ่ายภาพ กล้อง ZEISS ของ vivo X200 FE ยังคงเป็นจุดขายหลัก แม้สเปคเลนส์บางตัวจะมีการลดลงจากรุ่นพี่เล็กน้อย:
- กล้องหลัก: 50 MP, f/1.9, 23mm (รูรับแสงแคบกว่า X200 เล็กน้อย)
- เลนส์ Telephoto: 50 MP, f/2.7, 70mm (periscope telephoto) (แตกต่างจากรุ่นพี่เล็กน้อย)
- เลนส์ Ultrawide: 8 MP, f/2.0 (มีการลดสเปคมากที่สุดเมื่อเทียบกับ X200 ที่ให้มา 50MP)
- กล้องหน้า: 50 MP, f/2.0 (จุดเด่นที่เหนือกว่ารุ่นพี่)
ด้านการถ่ายวิดีโอ สามารถถ่ายได้สูงสุด 4K 60fps ทั้งกล้องหน้าและหลัง
จากภาพตัวอย่างที่ได้สัมผัสจริง:
การถ่ายวิวทั่วไป: ไม่ต้องกังวลเรื่องโทนสีเลย สีที่ได้สวยงามมากๆ และเป็นสไตล์ vivo ที่สีจะจัดจ้านนิดๆ แต่ไม่ดูปลอม แม้ในวันที่ท้องฟ้าครึ้มก็ยังให้ภาพที่ดี


การไล่ระดับสี: ในภาพถ่ายบันได ตัวกล้องสามารถแยกโทนสีได้ชัดเจนมากๆ และให้สีที่สดกว่าสถานที่จริง

การถ่ายอาหาร: เก็บรายละเอียดของอาหารได้ดีเยี่ยม

การถ่าย Portrait (หน้าชัดหลังเบลอ): วัตถุที่เบลอมีความเนียนตา ไม่มีอาการเบลอมั่ว ขอบแหว่ง หรือเบลอผิดพลาด แม้ตัวแบบจะเคลื่อนไหวก็ยังสามารถถ่าย Portrait ได้


Hybrid Zoom 10X: เป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจ รายละเอียดภาพที่ได้สามารถนำไปใช้งานจริงได้ ยังคงเห็นความคมชัดแม้จะเปิดดูบนคอมพิวเตอร์


การถ่ายวิดีโอ: เฟรมภาพเนียนดี แม้จะถ่ายที่ระยะ 3X แต่หากแพนกล้องเร็วๆ อาจมีอาการกระตุกบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของสมาร์ทโฟนระดับนี้
สรุป
vivo X200 FE เปิดราคามาที่ 24,999 บาท เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบสมาร์ทโฟนจอเล็ก จับถนัดมือ สามารถใช้งานมือเดียวได้สะดวก และต้องการกล้องที่ตอบโจทย์การถ่ายภาพในระยะ 1X-3X เป็นหลัก รวมถึงการใช้งาน Hybrid Zoom 10X สำหรับการถ่ายภาพข่าวในบางสถานการณ์ที่เข้าไม่ถึงตัววัตถุ
โดยรวมแล้ว vivo X200 FE ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปขนาดกะทัดรัด พร้อมกล้องคุณภาพเยี่ยม และแบตเตอรี่อึดทน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันและการถ่ายภาพเป็นหลัก รุ่นนี้ไม่ควรพลาดเลยครับ







