เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด ต้อนรับ Deutsche Bank ธนาคารชั้นนำจากประเทศเยอรมนีที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก ในการเลือกตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ภายในโครงการ Central Park Offices ย่านสีลม-พระราม 4 ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อเศรษฐกิจไทย และตอกย้ำบทบาทของอาคารสำนักงานคุณภาพสูงในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็น Regional Financial Hub
นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานการเงินการบัญชี และกลุ่มธุรกิจโรงแรมและสำนักงาน บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงสร้างเศรษฐกิจของภูมิภาคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลายประเทศเร่งยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินเพื่อดึงดูดเงินลงทุน ทั่วโลก ซึ่งกรุงเทพฯ มีศักยภาพสูงจากโครงสร้างพื้นฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและ Financial Ecosystem ที่ครบวงจร โดยเฉพาะย่าน Silom Financial District ที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการเงินของประเทศมาอย่างยาวนาน การที่ Deutsche Bank เลือกโครงการนี้จึงช่วยตอกย้ำศักยภาพของประเทศในการเชื่อมโยงเครือข่ายการเงินระดับโลก
ด้าน ภิมลภา สิมะโรจน์ Chief Country Officer (CCO) of Deutsche Bank Thailand ระบุว่า ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญต่อเครือข่ายธุรกิจในภูมิภาค การตั้งสำนักงานในอาคารระดับพรีเมียมจะช่วยสนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งการบริการลูกค้าองค์กร การทำธุรกรรม และการพัฒนาทีมงาน ซึ่งปัจจุบันตลาดอาคารสำนักงานกำลังก้าวสู่ยุค Fight to Financial Quality หรือการแข่งขันด้านคุณภาพเพื่อดึงดูดองค์กรการเงินระดับโลก ต่อยอดจากแนวโน้ม Flight to Quality ที่เน้นอาคารเกรดเอ ผสานความยั่งยืน และสุขภาวะที่ดีของพนักงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบัน Central Park Offices มีอัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) อยู่ที่ 80% และตั้งเป้าหมายการเช่าสูงสุดที่ 95% ภายในปี 2569 โดยตัวโครงการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรระดับโลกผ่านจุดแข็ง 3 ด้าน คือ ทำเลศักยภาพใน Super Core CBD สีลม การรองรับไลฟ์สไตล์ที่ครบครัน และผู้พัฒนาที่มีประสบการณ์ระดับสากล
นอกจากนี้ อาคารยังชูแนวคิด Work–Life Harmony เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตของบุคลากรสายการเงิน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาวะ Burnout พร้อมทั้งมีพื้นที่ At Work ซึ่งเป็น Ecosystem ส่วนกลาง รองรับการทำงานยุคใหม่ทั้ง Hybrid Working และ Collaborative Working เอื้อต่อการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในระยะยาว







