วีซ่า ประกาศยกระดับบทบาทของโครงการ Visa Destinations ประเทศไทย ในฐานะกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยวไทย โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เปิดตัวโครงการนี้ สะท้อนถึงศักยภาพการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงาน Visa Client Connect 2026 เวทีประชุมระดับภูมิภาคประจำปีของวีซ่า ที่รวบรวมผู้นำจากภาคบริการทางการเงิน การท่องเที่ยว เทคโนโลยี และภาครัฐ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวผ่านนวัตกรรมดิจิทัล
ปรับกลยุทธ์รับนักท่องเที่ยวคุณภาพ ชี้กลุ่ม ‘เที่ยวซ้ำ’ ดันรายได้พุ่ง
ข้อมูลจากรายงาน Thailand Travel Pulse 2026 โดยวีซ่า เผยให้เห็นแนวโน้มเชิงบวกที่น่าสนใจ ดังนี้
- การใช้จ่ายเติบโตแข็งแกร่ง: ยอดการใช้จ่ายของผู้บริโภคข้ามพรมแดนในประเทศไทยเติบโตขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
- ตลาดหลักยังคงเหนียวแน่น: สหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่ใหญ่ที่สุด ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรและเยอรมนี
- พลังของกลุ่มเที่ยวซ้ำ (Repeat Visitors): แม้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่กลับมาเยือนซ้ำจะมีสัดส่วนเพียง 20% ของผู้ถือบัตรทั้งหมด แต่สามารถสร้างมูลค่าการใช้จ่ายขาเข้ารวมสูงถึง 34%
พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในปัจจุบันได้ขยับไปสู่การสร้างการมีส่วนร่วมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยนอกจากหมวดการช้อปปิ้งและที่พักแล้ว หมวดการใช้จ่ายที่เติบโตโดดเด่นกลับเป็นกิจกรรมไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เช่น ร้านอาหารบริการด่วน การซื้อของชำ และการสัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารในท้องถิ่น ซึ่งสะท้อนความต้องการเข้าถึงวิถีชีวิตที่แท้จริงของชุมชน
ปลดล็อกศักยภาพชุมชน ตั้งเป้าขยายระบบรับชำระเงินดิจิทัล 56,000 แห่ง
โครงการ Visa Destinations มุ่งสนับสนุนการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว โดยนำข้อมูลเชิงลึกจาก VisaNet นวัตกรรมการชำระเงิน และความร่วมมือในระบบนิเวศมาใช้ประโยชน์ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนเดินทางไปจนถึงการใช้จ่ายจริง เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวพำนักนานขึ้น และเพิ่มอัตราการกลับมาเยือนซ้ำ
ที่ผ่านมา วีซ่าได้เดินหน้าขยายเครือข่ายผู้ประกอบการค้าในย่านวัฒนธรรมอย่าง ‘ย่านทรงวาด’ ไปแล้วกว่า 50 ราย เพื่อให้รองรับการชำระเงินดิจิทัลที่สะดวกรวดเร็ว
นอกจากนี้ วีซ่ายังตั้งเป้าหมายที่จะขยายการรับชำระเงินดิจิทัลไปยังธุรกิจขนาดเล็กอีกกว่า 56,000 แห่งทั่วประเทศ โดยจะเน้นไปที่ร้านค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรง อาทิ ร้านอาหาร ร้านค้าปลีก ที่พัก การขนส่ง สถานที่ท่องเที่ยว และธุรกิจเวลเนส เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนและสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ไร้รอยต่ออย่างแท้จริง







