แก้ Pain Point สายชาร์จ! ภาครัฐผนึก 5 ยักษ์ใหญ่ ดัน “National EV Application” แอปเดียวจบ ครอบคลุมทั่วไทย

แก้ Pain Point สายชาร์จ! ภาครัฐผนึก 5 ยักษ์ใหญ่ ดัน "National EV Application" แอปเดียวจบ ครอบคลุมทั่วไทย

ยอดการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตัวเลขสถิติการจดทะเบียนรถสะสมทั่วประเทศจากกรมการขนส่งทางบก ณ วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา พบว่ามีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสะสมสูงถึง 1,277,257 คัน หรือคิดเป็น 2.78% ของจำนวนรถทั้งหมดในประเทศ โดยแบ่งเป็นรถไฮบริด 694,320 คัน รถไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) 491,496 คัน ซึ่งใกล้แตะระดับครึ่งล้านคัน และรถปลั๊กอินไฮบริดอีกกว่า 91,000 คัน

เฉพาะเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าป้ายแดงจดทะเบียนใหม่เพิ่มขึ้นถึง 39,606 คัน สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคคนไทยกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่สังคม EV อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การขยายตัวอย่างก้าวกระโดดนี้มาพร้อมกับปัญหาใหญ่ของผู้ใช้รถ EV หรือ Pain Point เรื่อง “App Overload” เนื่องจากผู้ให้บริการสถานีชาร์จมีหลายค่าย ทำให้ผู้ขับขี่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันติดสมาร์ตโฟนไว้มากถึง 6-10 แอป ต้องสำรองเงินไว้ใน E-wallet หลายกระเป๋า รวมถึงปัญหาข้อมูลสถานีชาร์จไม่ตรงกับหน้างานจริง เช่น สถานะตู้ว่างแต่ใช้งานไม่ได้ หรือมีผู้จอดรถค้างไว้

เชื่อมโยงข้อมูลสถานีชาร์จทั่วประเทศในแอปเดียว

เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ภาครัฐนำโดย 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน, การไฟฟ้านครหลวง (MEA), การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ. หรือ EGAT) และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ได้ร่วมมือกันพัฒนา National EV Application ขึ้น เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงข้อมูลสถานีอัดประจุไฟฟ้าทุกค่ายไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

วัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของการจัดทำ National EV Application คือการรวบรวมแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการสถานีชาร์จทุกรายในประเทศไทยมาไว้ภายใต้แอปเดียว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถตรวจสอบสถานีชาร์จได้ทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางโดยเฉพาะในช่วงเทศกาล และเตรียมต่อยอดไปสู่ระบบการจองคิว รวมถึงการชำระเงินข้ามค่ายในอนาคต

โครงการนี้จะเริ่มต้นจากการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจทั้ง 5 แห่ง ก่อนจะขยายความร่วมมือไปสู่ผู้ให้บริการภาคเอกชนในระยะถัดไป

สร้าง Big Data หนุนความมั่นคงทางพลังงานระยะยาว

ในมุมมองของผู้กำหนดนโยบาย การกระจัดกระจายของข้อมูลสถานีชาร์จในอดีตทำให้ภาครัฐขาดข้อมูล Big Data สำหรับประเมินความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Load) ซึ่งส่งผลกระทบต่อการวางแผนระบบสายส่งและหม้อแปลงไฟฟ้าของประเทศ

การพัฒนา National EV Application ผ่านระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรฐาน (Open API) จะช่วยให้ สนพ. ในฐานะผู้กำหนดนโยบาย ได้รับข้อมูลการใช้งานจริงลงลึกถึงระดับตู้ชาร์จ ทั้งช่วงเวลาการใช้งานและปริมาณการดึงไฟฟ้า ทำให้สามารถนำข้อมูลไปวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและบริหารจัดการระบบไฟฟ้า (Grid Management) เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าตามนโยบายรัฐบาลได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพในระยะยาว

CHANGAN ผนึก CATL เปิดศูนย์บริการแบตเตอรี่และระบบอี-ไดรฟ์ครบวงจรแห่งแรกในไทย ชูซ่อมเฉพาะจุด Modular Repair

Scroll to Top