การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และภาคีเครือข่าย เร่งขับเคลื่อนระบบนิเวศแบตเตอรี่ (Battery Ecosystem) รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการบริหารจัดการขยะแบตเตอรี่แบบครบวงจร ตั้งแต่การถอดประกอบ คัดกรองความสมบูรณ์ นำกลับมาใช้ใหม่ในระบบกักเก็บพลังงาน ตลอดจนการรีไซเคิลแยกแบล็คแมส (Black Mass) เพื่อสร้างแบตเตอรี่สีเขียวตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ และโฆษก กฟผ. เปิดเผยระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเข้าชมโครงการวิจัยการจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อความยั่งยืน ณ ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สวทช. และโรงงานต้นแบบ ณ โรงไฟฟ้าวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทำให้การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และวัตถุอันตรายกลายเป็นประเด็นสำคัญ กฟผ. จึงมุ่งสร้างกระบวนการจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานสากล



สำหรับกระบวนการคัดกรองแบตเตอรี่ใช้แล้ว (Second Life Battery) จะอ้างอิงตามค่าความสมบูรณ์ของแบตเตอรี่ (State of Health : SOH) ดังนี้
- กลุ่ม SOH มากกว่า 70%: นำเข้าสู่กระบวนการประกอบใหม่ (Battery Repurpose) เป็นระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Battery Energy Storage System : BESS) ขนาด 100 kWh และ 20 kWh โดยพัฒนาระบบควบคุม Rack Control Unit (RCU) และระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ร่วมกับ สวทช. พร้อมผ่านการทดสอบมาตรฐานสากล เช่น IEC 63330, IEC 63338 และ UL 1974 ก่อนนำไปใช้งานจริง
- กลุ่ม SOH ต่ำกว่า 70% หรือชำรุด: ส่งเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล (Battery Recycle) ณ โรงงานต้นแบบแยกแบล็คแมส โรงไฟฟ้าวังน้อย ซึ่งพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสกัดแร่ธาตุและโลหะมีค่า นำกลับมาพัฒนาเป็นเซลล์แบตเตอรี่สีเขียวรุ่นใหม่
นอกจากนี้ กฟผ. ยังร่วมกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ศึกษาการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม Circular เพื่อรองรับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และโซลาร์เซลล์ พร้อมจับมือสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในการศึกษาข้อกฎหมายเชิงนโยบาย เร่งผลักดันระบบสืบย้อนกลับข้อมูลแบตเตอรี่ (Battery Passport) และมาตรการความรับผิดชอบของผู้ผลิตตลอดวงจรชีวิต (Extended Producer Responsibility) เพื่อวางรากฐานการจัดการพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน







