กระทรวงคมนาคม จับมือ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดตัวความร่วมมือครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “Tech to Track: เทคลงราง ล็อกเป้า เป๋าตุง” โดยการผนึกกำลังระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และ สถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (สทร.) มุ่งเปลี่ยนงานวิจัยฝีมือคนไทยให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในระบบรางของประเทศ
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ร่วมเป็นสักขีพยาน
ยกระดับระบบรางไทย ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างชาติ
การพัฒนาระบบขนส่งทางรางของไทยในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างโครงสร้างพื้นฐานหรือการจัดหาขบวนรถ แต่เป็นการวางรากฐาน “ระบบนิเวศการเดินทาง” ที่เชื่อมโยงทั้งรถไฟระหว่างเมือง รถขนส่งมวลชน และการขนส่งสินค้าอย่างไร้รอยต่อ นวัตกรรมจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ การเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านซึ่ง รฟท. ประเมินความต้องการตู้โดยสารและรถบรรทุกสูงถึง 2,500 คัน ในช่วง 10 ปีข้างหน้า บวกกับการบังคับใช้ พ.ร.บ. การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะยิ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและนักวิจัยไทยเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานระบบรางมากขึ้น ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
ถอดรหัส “Tech to Track: เทคลงราง ล็อกเป้า เป๋าตุง”
ยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่าง รฟท., บพข. และ สทร. ในครั้งนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์หน้างานจริงอย่างตรงจุด ผ่าน 3 หัวใจหลัก:
เทคลงราง: ผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมระบบรางฝีมือคนไทยไปสู่การผลิตและใช้งานจริงในระบบขนส่ง
ล็อกเป้า: ดึงโจทย์การปฏิบัติงานจริงจาก รฟท. มาจับคู่กับทุนวิจัยมุ่งเป้า และการทดสอบมาตรฐานสากล เพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ตอบโจทย์อย่างรวดเร็ว
เป๋าตุง: ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนและวัสดุที่ผลิตภายในประเทศ สร้างตลาด New S-Curve และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไทย
โชว์นวัตกรรมฝีมือคนไทย Ready for Track
ภายในงานยังมีการเปิดตัว Innovation Showcase นวัตกรรมระบบรางเด่นที่พร้อมนำมาใช้งานจริง โดย รฟท. ได้นำเสนอ 4 เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่:
1. ระบบตั๋วทางสะดวกอิเล็กทรอนิกส์ (E-TOKEN): อุปกรณ์ดิจิทัลขอและให้ทางสะดวกระหว่างสถานี พัฒนาขึ้นทดแทนระบบเดิม ช่วยให้การเดินรถระหว่างเปลี่ยนผ่านสู่ระบบอาณัติสัญญาณใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย
2. ระบบบังคับสัมพันธ์อาณัติสัญญาณควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ (CBI): ระบบประเมินผลและสั่งการอาณัติสัญญาณภายในสถานีด้วยคอมพิวเตอร์ ยกระดับความแม่นยำและความปลอดภัยในการสับเปลี่ยนและคุมทางเดินรถ
3. ระบบเชื่อมต่อระหว่างระบบบังคับสัมพันธ์อาณัติสัญญาณ (Interlocking to Interlocking): เทคโนโลยีแลกเปลี่ยนข้อมูลสื่อสารระหว่างสถานีข้างเคียง เพิ่มประสิทธิภาพการเดินรถให้มีความต่อเนื่อง
4. ระบบควบคุมการขับเคลื่อนรถดีเซลรางปรับอากาศ (Propulsion System) สำหรับ KIHA 40/48: กล่องควบคุมอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับและบันทึกข้อมูลความชำรุดของเครื่องยนต์ ช่วยให้ช่างบำรุงรักษาแก้ไขปัญหาได้ทันที เพิ่มความพร้อมในการให้บริการ
ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในการเชื่อมโยง “โจทย์หน้างาน – งานวิจัย – มาตรฐาน – การผลิตจริง” ให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อสร้างอุตสาหกรรมระบบรางไทยให้เข้มแข็งและเติบโตอย่างมั่นคงในระดับสากล







