ไทยจับมือ World Bank จุดชนวน Reinvent Thailand วางหมาก กรอ. 4 เสาหลัก สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน

ไทยจับมือ World Bank จุดชนวน Reinvent Thailand วางหมาก กรอ. 4 เสาหลัก สู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน

การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจไทยก้าวสู่หมุดหมายสำคัญ เมื่อคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ผนึกกำลังร่วมกับรัฐบาล กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกลุ่มธนาคารโลก จัดงาน The Bangkok Business Summit 2026 ภายใต้แนวคิด ‘Reinvent Thailand, Resilient ASEAN’ ขึ้น ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ดึงผู้นำภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ร่วมออกแบบทิศทางยกระดับเศรษฐกิจไทยและเชื่อมโยงเครือข่ายความเติบโตกับอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุถึงหัวใจสำคัญของการร่วมมือครั้งนี้ว่า ภาครัฐและเอกชนต่างมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นขุมพลังขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ของอาเซียน พร้อมเชื่อมต่อภูมิภาคเข้ากับเศรษฐกิจโลก โดยปรับกระบวนการทำงานใหม่ตั้งแต่การร่วมระบุปัญหา ออกแบบทางออก การลงมือทำ จนถึงการติดตามผลอย่างบูรณาการ

การแปลงแผนงานสู่ผลลัพธ์จริงจะเดินหน้าผ่าน 3 ระดับโครงสร้าง เริ่มต้นจากระดับโลก ด้วยการต่อยอดผลสรุปไปสู่เวทีประชุมระดับโลกอย่าง IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคมนี้ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน องค์ความรู้ และเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ สำหรับระดับภูมิภาคจะมุ่งเชื่อมโยงมาตรฐาน กฎเกณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน และห่วงโซ่อุปทานระหว่างภาครัฐและเอกชนอาเซียน ขณะที่ระดับประเทศ จะใช้กลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) เป็นแกนขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ การลงทุนและเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ การค้าและเศรษฐกิจชุมชน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบราชการ

ทางด้าน Carlos Felipe Jaramillo รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ยืนยันความพร้อมของ World Bank และ IFC ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจครั้งที่สองของไทย พร้อมเน้นย้ำว่าการมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชนคือปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ

ในมุมมองของผู้นำภาคเอกชน ผยง ศรีวณิช ประธาน กกร. และประธานสมาคมธนาคารไทย ชี้ว่าการพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องต่อยอดฐานเศรษฐกิจเดิมควบคู่ไปกับการเปิดรับ New Growth Engines ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานคาร์บอนต่ำ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบการเงิน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตที่มีมูลค่าสูง ยืดหยุ่น และครอบคลุม โดยตั้งเป้าผลักดันเวทีความร่วมมือภาคธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค หรือ Regional Business Summit ในอนาคต

ขณะที่ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ชี้ถึงความจำเป็นในการเร่งเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ท่ามกลางแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์และกติกาการค้าโลกใหม่ โดยเสนอให้อาเซียนร่วมมือกันสร้างห่วงโซ่มูลค่า เชื่อมโยงระบบศุลกากร และตั้งเป้าการเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 เพื่อเสริมความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติ

ด้าน พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งของภาคอุตสาหกรรมไทยที่มีประสบการณ์กว่า 60 ปี ซึ่งพร้อมต่อยอดสู่ Intelligent Industry บนพื้นฐานความมั่นคงทางพลังงาน แผน PDP 2026 เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ปี 2050 ตลอดจนการสนับสนุน Local Content เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและยกระดับแรงงานทักษะสูงในประเทศ

กกร. เตรียมรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายทั้งหมดจัดทำเป็นสมุดปกขาว (White Paper) เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินงานร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน และเตรียมนำไปขับเคลื่อนต่อในเวที IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ภายใต้แนวคิด Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience ต่อไป

ไทย สมายล์ โบ้ท พลิกโฉมเรือไฟฟ้าสู่งานศิลป์เคลื่อนที่ ดึงผลงาน 39 ศิลปินออทิสติกโลดแล่นกลางเจ้าพระยา หนุนความเท่าเทียม