การวิ่งในยุคปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ผลการแข่งขัน ตัวเลขสถิติบนนาฬิกา หรือการวัดว่าใครเข้าเส้นชัยก่อนกันอีกต่อไป หากแต่ได้กลายเป็นวิถีชีวิต (Lifestyle) ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านการท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นก้าวแรกในการเริ่มออกกำลังกาย การแบ่งเวลาซ้อมไปพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวัน หรือการออกไปวิ่งกับกลุ่มรันคลับ ล่าสุด ไนกี้ (Nike) สานต่อบทบาทการเป็นพันธมิตรด้านการวิ่งอย่างเป็นทางการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ของมหกรรมวิ่งระดับประเทศ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 (ATM 2026) ที่กำลังจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ พร้อมชวนนักวิ่งชาวไทยร่วมค้นหาความหมายของ “ความเร็ว” ในแบบฉบับของตนเอง


ความเร็วในมุมมองใหม่ตามแนวคิดของ Nike คือสิ่งที่สะท้อนถึงพลัง ความสุขจากการทำลายสถิติเดิม ความมั่นใจก่อนออกสตาร์ต และความกล้าที่จะก้าวไปข้างหน้าในเส้นทางของแต่ละคน ซึ่งแนวคิดนี้ถูกต่อยอดผ่านการผสานวัฒนธรรมการวิ่ง คอมมูนิตี้ สไตล์ และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว โดยได้เริ่มต้นกิจกรรมเทรนนิ่งเพื่อเตรียมความพร้อมให้เหล่านักวิ่ง ก่อนจะขยายสู่กิจกรรมร่วมกับคอมมูนิตี้ต่างๆ ตลอดช่วงเทศกาลแข่งขัน
เพื่อสนับสนุนให้นักวิ่งทุกระดับปลดล็อกศักยภาพของตัวเองได้อย่างเต็มที่ Nike ได้เปิดตัวนวัตกรรมอุปกรณ์วิ่งล่าสุดที่พัฒนาจากฟีดแบ็กของนักกีฬา นำทัพโดยรองเท้าวิ่งรุ่น Pegasus Plus 2 ที่ออกแบบมาเพื่อมอบแรงส่งและการคืนพลังงานในทุกก้าว รองรับทั้งการฝึกซ้อมในชีวิตประจำวันไปจนถึงการเตรียมตัวลงแข่งมาราธอน ควบคู่กับไลน์เครื่องแต่งกาย Aero-FIT ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์เรื่องความเบาสบาย การระบายอากาศ และความคล่องตัวในทุกสภาพอากาศ เสริมทัพนวัตกรรมเดิมอย่าง Dri-FIT, Radical Air และ Storm-FIT ได้อย่างสมบูรณ์แบบ



นอกจากนี้ Nike ยังได้จัดกลุ่มผลิตภัณฑ์รองเท้าโร้ดรันนิ่ง (Road Running) ให้เลือกใช้งานได้ง่ายและตอบโจทย์เป้าหมายการวิ่งที่หลากหลายยิ่งขึ้น ครอบคลุมทั้งตระกูล Pegasus ที่ชูจุดเด่นเรื่องความนุ่มสบายและการซับแรงกระแทกพร้อมแรงส่ง, ตระกูล Structure ที่เน้นความมั่นคงและการรองรับในทุกก้าวเดิน และตระกูล Vomero ที่มอบการรองรับแรงกระแทกขั้นสูงสุดพร้อมความนุ่มเด้ง สะท้อนความมุ่งมั่นกว่า 50 ปีของแบรนด์ในการสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักวิ่งอย่างแท้จริง







