Var Group กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีชั้นนำจากยุโรป ประกาศจับมือพันธมิตรไทยร่วมทุนจัดตั้ง บริษัท ยาริกซ์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด (Yarix APAC) เลือกกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อดูแลภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
โดยโครงสร้างผู้ถือหุ้นประกอบด้วย CV Ventures ถือหุ้น 51% และ Yarix ศูนย์ความเป็นเลิศด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ Var Group ถือหุ้น 49% โดยมีแผนอัดฉีดเม็ดเงินลงทุนในไทยราว 600 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับการถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับสากล และส่งเสริมการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญคนไทย
การเปิดสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคในกรุงเทพฯ ถือเป็นจิ๊กซอว์เชิงยุทธศาสตร์สำคัญของโมเดลการทำงาน “Follow the Sun” เฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบ 24/7 ของ Var Group ทั่วโลก โดยใช้ความต่างของโซนเวลาในเอเชียเข้ามาเป็นกะกลางวัน (Daily Shift) เพื่อตรวจจับและรับมือภัยคุกคามต่อเนื่องให้กับลูกค้าองค์กรในยุโรปและอเมริกา ช่วยลดภาระการทำงานกะกลางคืน (Night Shift) ปัจจุบันทีมผู้เชี่ยวชาญชาวไทย 100% ภายใต้ Yarix APAC ได้เริ่มให้บริการดูแลระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์แก่บริษัทชั้นนำในยุโรปแล้วกว่า 80 แห่ง และตั้งเป้าขยายความสามารถในการดูแลเพิ่มเป็น 200 บริษัทในเฟสต่อไป
โดยเหตุผลสำคัญในการเลือกประเทศไทยเหนือศูนย์กลางไอทีอื่นๆ ในภูมิภาค เช่น ฟิลิปปินส์ หรือสิงคโปร์ มาจากความพร้อมของตลาด ความเข้าใจด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการพบพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูง
ฟาบริซิโอ ซัลตาลิปปิ (Fabrizio Saltalippi) ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของ Var Group กล่าวว่า ปัจจุบัน Var Group มีเครือข่ายสำนักงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ 13 แห่งใน 6 ประเทศ บุคลากรกว่า 400 คน สร้างรายได้รวมในกลุ่มธุรกิจนี้ราว 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,921.8 ล้านบาท) ขณะที่รายได้รวมทั้งกลุ่ม Var Group อยู่ที่ราว 3.2 พันล้านยูโร จึงมีความแข็งแกร่งด้านการนำเข้าเทคโนโลยีระดับโลก
ทางด้านขอบเขตการให้บริการ Yarix APAC มุ่งเน้นความเชี่ยวชาญของทีมตั้งรับ (Blue Team) ผ่านศูนย์เฝ้าระวังความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (SOC), การตอบสนองต่อเหตุภัยคุกคาม (Incident Response), การตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานดิจิทัล (Digital Forensics) รวมถึงระบบความปลอดภัยสำหรับเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการ (OT Security) ในโรงงานอุตสาหกรรม และการทดสอบเจาะระบบ (Red Team) โดยนำเข้าเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างระบบ AI “Ixta” มาช่วยจัดการงาน SOC ระดับพื้นฐาน และการเชื่อมโยงระบบ XDR/EDR แบรนด์ “CyNet” จากยุโรปเข้ากับศูนย์ SOC โดยตรง

กฤษณยศ “คริส” บูรณะสัมฤทธิ์ ประธานกรรมการ CV Ventures ให้ความเห็นว่า Yarix APAC ใช้บุคลากรชาวไทยทั้งหมด 100% ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงผู้บริหาร ผสานการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเร่งฝึกอบรมคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพเข้าสู่วงการไซเบอร์ซีเคียวริตี้ พร้อมมีแผนทำความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศ
สำหรับตลาดไทย บริษัทตั้งเป้าปรับแต่งเทคโนโลยี (Tweak) ให้สอดรับกับข้อบังคับทางกฎหมายอย่าง PDPA โดยตั้งเป้ารายได้ในไทย 30 ล้านบาท ภายใน 12 เดือนแรก และคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 2 เท่าในปีถัดไป ผ่านการเซ็นสัญญาข้อตกลงการจัดจำหน่ายกับพันธมิตร 2 ฉบับ ควบคู่กับการขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและทีมขายตรง
–Webull ปิดดีลฮุบ บล.พาย 99.36% ผสานพลัง AI สู่แพลตฟอร์มการเงินครบวงจร ลุยเป้า AUM แตะ 2 แสนล้านบาท







