แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) ออกเตือนภัยคุกคามทางไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ก้าวสู่ยุค “AI-Native” เมื่อผู้โจมตีนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ขับเคลื่อนการโจมตีอย่างรวดเร็วและซับซ้อน จนสร้างจุดบอดในสภาพแวดล้อม IT และ OT ทำให้องค์กรส่วนใหญ่ตามไม่ทันและมองไม่เห็นภัยคุกคามที่แฝงตัวอยู่
เอเดรียน เฮีย กรรมการผู้จัดการ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก แคสเปอร์สกี้ เปิดเผยว่า ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือการแข่งขันกับภัยคุกคามที่ซ่อนอยู่ โดยตรวจพบไฟล์อันตรายที่ไม่ซ้ำกันพุ่งสูงถึงครึ่งล้านไฟล์ต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2024 ถึง 7% นอกจากนี้ยังพบมัลแวร์มากกว่า 15,000 รายการที่แฝงมาในรูปแบบซอฟต์แวร์ AI agent ซึ่งอาศัยการเชื่อมต่อ API และปลั๊กอินภายนอก เมื่อจุดต้นทางถูกเจาะ ระบบปลายทางทั้งหมดจะโดนผลกระทบลามเป็นลูกโซ่ทันที ส่งผลให้เกิดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานและการจารกรรมข้อมูลถี่ขึ้น เช่น กรณี Nichirei Corp ที่ถูกโจมตีจนระบบโลจิสติกส์หยุดชะงัก หรือภาคการผลิตในอินเดียที่ตกเป็นเป้าหมายแรนซัมแวร์ต่อเนื่อง
รายงานจาก Kaspersky Compromise Assessment ระบุสถิติน่ากังวลว่า 31% ของเหตุการณ์ที่วิเคราะห์เป็นกิจกรรมอันตรายที่ซ่อนอยู่ในองค์กรนานกว่า 3 เดือน โดย 52% ของการละเมิดรุนแรงถูกพบหลังจากเล็ดลอดการตรวจจับไปแล้ว 90 วัน และเคสที่ยาวนานที่สุดถูกฝังตัวอยู่นานถึง 4 ปี ซึ่งสะท้อนว่าการพึ่งพาเทคโนโลยีป้องกันเชิงรับแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป
เพื่อปิดช่องว่างดังกล่าว แคสเปอร์สกี้เสนอแนวคิด “HuMachine Intelligence” ซึ่งเป็นการผสานความเชี่ยวชาญของมนุษย์เข้ากับโมเดล Machine Learning ที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 2004 เพื่อขับเคลื่อนศูนย์ปฏิบัติการด้านความปลอดภัย (SOC) ยุคใหม่ ผ่านแพลตฟอร์ม Kaspersky Next ที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลดิบเป็นข้อมูลเชิงลึก พร้อมบริการ Kaspersky Compromise Assessment, MDR และ Incident Response เพื่อช่วยให้องค์กรตรวจจับ ป้องกัน และรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที







