ประเทศไทยกำลังเปลี่ยนผ่านสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียนรองจากสิงคโปร์ และมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 สัดส่วนผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นแตะเกือบ 1 ใน 3 ของประชากรทั้งประเทศ ท่ามกลางโครงสร้างครอบครัวที่เล็กลง วัยแรงงานลดลง และภาระค่าใช้จ่ายด้านโรคเรื้อรังที่ขยายตัว โจทย์ใหญ่ระดับประเทศจึงไม่ใช่แค่การทำให้คนไทยมีช่วงอายุขัย (Lifespan) ที่ยาวนานขึ้น แต่เป็นการเพิ่มช่วงชีวิตที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง (Healthspan) เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
เพื่อรับมือกับความท้าทายเชิงโครงสร้างประชากร ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรู แล็บ ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการ “True Innovation Launchpad 2026” ภายใต้แนวคิด “Healthy Longevity Tech for Super-Aged Society” เปิดเวทีให้นิสิตนักศึกษาทั่วประเทศใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาโซลูชันดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ครอบครัว และบุคลากรทางการแพทย์ โดยมุ่งเน้น 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การยกระดับการใช้ชีวิต (Better Living), การป้องกันความเสี่ยงก่อนเจ็บป่วย (Preventing), การตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะเริ่มต้น (Early Diagnosing), การรักษาและดูแลอย่างต่อเนื่อง (Treating & Continuity) รวมถึงการส่งเสริมองค์ความรู้เพื่อให้ดูแลตนเองได้ (Health Literacy & Empowerment) เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงระบบสาธารณสุข
การแข่งขันในปีนี้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีนิสิตนักศึกษาเข้าร่วม 945 คน จาก 37 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ รวม 203 ไอเดีย ล่าสุดคณะกรรมการได้คัดเลือก 5 ทีมสุดท้ายที่ผ่านการประเมินเพื่อรับทุนพัฒนานวัตกรรมและเตรียมเข้าสู่การบ่มเพาะต้นแบบอย่างเข้มข้น
เปิดแนวคิด 5 นวัตกรรม AI สุขภาพ จากพลังนิวเจน
- ทีม CS-M Tool (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย): พัฒนาแพลตฟอร์ม AI คัดกรองความเสี่ยงโรคหัวใจระยะเริ่มต้นผ่านแอปพลิเคชันและหูฟังแพทย์ ประมวลผลจากเสียงการเต้นของหัวใจได้ภายใน 20 วินาที ช่วยให้การเฝ้าระวังโรคหัวใจเข้าถึงระดับชุมชนได้สะดวกยิ่งขึ้น
- ทีม InSight Out (มหาวิทยาลัยมหิดล): พัฒนา “CheeCare” แพลตฟอร์ม AI ตรวจและวิเคราะห์ผลปัสสาวะจากภาพถ่ายผ่านแอปพลิเคชัน LINE พร้อมแปลงข้อมูลเชิงลึกเป็นคำแนะนำด้านสุขภาพที่เข้าใจง่าย สนับสนุนการเฝ้าระวังโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม
- ทีม W.I.S.P.E.R. (มหาวิทยาลัยมหิดล): พัฒนาหูฟังแพทย์ระบบดิจิทัลที่ทำงานร่วมกับ AI วิเคราะห์เสียงปอดเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ ช่วยระบุความผิดปกติได้อย่างรวดเร็วและรองรับระบบการดูแลรักษาทางไกล (Telemedicine)
- ทีมแฮกกะตุ้ย (มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์): พัฒนา “TrueCare Signal” แพลตฟอร์ม AI เชิงป้องกัน ติดตามสุขภาวะผู้สูงอายุผ่านโทรศัพท์และ LINE โดยตรวจจับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากสภาวะปกติ เพื่อส่งสัญญาณเตือนครอบครัวให้เข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที
- ทีม Innosenses (เครือข่ายความร่วมมือ ม.รังสิต, สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น, ม.ศิลปากร และ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์): พัฒนา “เยี่ยมเพื่อน” ผู้ช่วย AI สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทำหน้าที่สนับสนุนการสนทนา คัดกรองความเสี่ยง บันทึกข้อมูลสุขภาพ และสรุปรายงานระหว่างลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อส่งต่อผู้สูงอายุเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างรวดเร็ว
ดร.วรางคณา อดิศรประเสริฐ Head of True LAB บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า โครงการนี้มุ่งนำศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์เชิงสังคม พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา และระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อเปิดทางให้คนรุ่นใหม่ต่อยอดไอเดียจากโจทย์จริงของสังคมสูงวัยเชิงรุก สู่โซลูชันที่สร้างมูลค่าและคุณค่าที่จับต้องได้
ทั้ง 5 ทีมจะเข้าสู่โปรแกรมบ่มเพาะต้นแบบนวัตกรรม (Prototyping) ต่อเนื่องเป็นเวลา 12 สัปดาห์ โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและธุรกิจอย่างใกล้ชิด ก่อนจะขึ้นเวทีนำเสนอผลงานรอบชิงชนะเลิศ (Final Pitching) และจัดแสดงผลงานในงาน Innovation Showcase Day วันที่ 16 ธันวาคม 2569 ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ True LAB ทั้ง Facebook และ Instagram
–ครม. เคาะผ่านร่าง พ.ร.บ. สตาร์ทอัพ ปลดล็อกกฎหมายระดมทุน ดันสิทธิประโยชน์สูงสุด 10 ปี







