กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท (A Asset) ประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “Always Forward สรรค์สร้าง ยั่งยืน” พร้อมเดินหน้าการลงทุนครั้งสำคัญด้วยการเปิดตัวโครงการแฟล็กชิปมิกซ์ยูสระดับลักชัวรี (Thonglor Flagship Mixed-Use Project) บนที่ดินผืนใหญ่กว่า 7 ไร่ ติดสถานี BTS ทองหล่อ ริมถนนสุขุมวิท ชูแนวคิด Green & Wellness Real Estate เจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับบนที่มองหาคุณภาพชีวิตระยะยาว
เบื้องหลังการรุกตลาดไทยของ A Asset มาจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมงานและกลุ่มธุรกิจยาวนานกว่า 30 ปี โดยมีรากฐานด้านวิศวกรรมจาก PPSN บริษัทวิศวกรที่ปรึกษาและบริหารงานก่อสร้างชั้นนำของไทยที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 ร่วมกับพันธมิตรอย่าง BCONS ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในเวียดนามที่มีผลงานโดดเด่นอย่างโครงการเมือง BCONS CITY ทั้งนี้กลุ่มธุรกิจได้รับความไว้วางใจในการพัฒนาและบริหารโครงการขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและเอกชนมาแล้วกว่า 20,000 ยูนิตในระดับภูมิภาค ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์การค้า โรงพยาบาล และเมกะโปรเจกต์โครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟฟ้า MRT และงานปรับปรุงสนามบิน
อนวัช ฉัตรศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เอ แอสเสท ระบุว่า รากฐานด้านวิศวกรรมทำให้บริษัทเข้าใจการพัฒนาโครงการแบบองค์รวมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่งานโครงสร้าง งานระบบ การใช้งานจริง ไปจนถึงประสิทธิภาพและการดูแลรักษาในระยะยาว (Low Maintenance Design) ผสานเข้ากับวัฒนธรรมความใส่ใจในรายละเอียดจากประสบการณ์พัฒนาโครงการในญี่ปุ่น และระบบการบริหารพื้นที่เติบโตไปพร้อมเมืองจากเวียดนาม
แนวคิด “Always Forward สรรค์สร้าง ยั่งยืน” ขับเคลื่อนผ่านคุณค่า AAA Values ประกอบด้วย Always Aware ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม, Always Advanced การพัฒนาตามหลัก Performance-People-Planet และ Always Attentive การออกแบบที่ใส่ใจสุขภาวะเพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน (Longevity Living)
สำหรับโครงการแฟล็กชิปมิกซ์ยูสบนทำเลทองหล่อ ออกแบบให้เป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตแบบครบวงจร (Integrated Living) ภายในโครงการประกอบด้วย โพเดียมหลัก (Podium) สูง 6 ชั้น ชั้นใต้ดิน 1 ชั้น, อาคารทาวเวอร์ A สูง 39 ชั้น และทาวเวอร์ B สูง 28 ชั้น โดยรวมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายทั้ง โรงแรมระดับ 5 ดาว, อาคารอยู่อาศัยรวม, พื้นที่เชิงพาณิชย์และสำนักงานทันสมัย, คอมมูนิตี้มอลล์, เวลเนส เซ็นเตอร์ และสวนลอยฟ้า (Roof Park) ที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ เชื่อมต่อเป็นอีโคซิสเต็มเดียวกัน รองรับทั้งการทำงาน กินดื่ม พักผ่อน และกิจกรรมสุขภาพ
จากการสำรวจอินไซต์ผู้บริโภคในย่านทองหล่อของ A Asset พบว่า ผู้บริโภคยุคใหม่มองหาความหรูหราที่เรียบง่ายอย่างมีรสนิยม (Simple Luxury) ที่ให้ความเป็นส่วนตัว สะดวกสบาย และประหยัดเวลา แต่ทำเลทองหล่อยังเผชิญปัญหาหลักคือการขาดแคลนพื้นที่สีเขียวและที่จอดรถไม่เพียงพอ บริษัทจึงนำโจทย์ดังกล่าวมาพัฒนาโครงการเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้
ด้านภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนในทองหล่อมีความหลากหลาย โดยแบ่งเป็น กลุ่มพรีเมียม ระดับราคา 160,000–240,000 บาทต่อตารางเมตร, กลุ่มลักชัวรี 250,000–380,000 บาทต่อตารางเมตร, กลุ่มอัลตร้าลักชัวรี 400,000–500,000 บาทต่อตารางเมตร และซูเปอร์ไพรม์ ตั้งแต่ 500,000 บาทต่อตารางเมตรขึ้นไป ขณะเดียวกันรูปแบบ ลีสโฮลด์ แบรนด์เดด เรสซิเดนซ์ (Leasehold Branded Residence) กำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจสูงจากนักลงทุนที่ต้องการรายได้สม่ำเสมอ (Passive Income) โดยมีอัตราผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Rental Yield) เฉลี่ยราว 4.5–9.5% ต่อปี ซึ่งสะท้อนศักยภาพของทำเลในการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสแห่งใหม่นี้อย่างชัดเจน







