ฟอร์ติเน็ต คว้าตำแหน่งผู้นำ Gartner Magic Quadrant 2026 ด้าน Hybrid Mesh Firewall ครองแชมป์ Ability to Execute สองปีซ้อน

ฟอร์ติเน็ต คว้าตำแหน่งผู้นำ Gartner Magic Quadrant 2026 ด้าน Hybrid Mesh Firewall ครองแชมป์ Ability to Execute สองปีซ้อน

ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) เดินหน้าสร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในฐานะผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับโลก ด้วยการได้รับการจัดอันดับให้เป็น “ผู้นำ” (Leader) ในรายงาน Gartner Magic Quadrant ประจำปี 2026 สำหรับ Hybrid Mesh Firewall พร้อมคว้าอันดับสูงสุดด้านความสามารถในการดำเนินการ (Ability to Execute) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ส่งผลให้ฟอร์ติเน็ตมีชื่อปรากฏในรายงานของ Gartner มาแล้วรวมถึง 11 ฉบับ ครอบคลุมทั้งกลุ่มระบบเครือข่ายและความปลอดภัยไซเบอร์

ความสำเร็จของสถาปัตยกรรม Hybrid Mesh Firewall จากฟอร์ติเน็ต มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การผสานขุมพลังของชิปประมวลผลเฉพาะทาง FortiASIC เข้ากับ FortiOS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเดี่ยวที่ทำงานครอบคลุมทุกรูปแบบ ทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (Physical) ระบบเสมือน (Virtual) คลาวด์เนทีฟ (Cloud-Native) และรูปแบบบริการ (As-a-Service) โดยโครงสร้างนี้ทำหน้าที่เป็นแกนหลักของ Fortinet AI-Native Security Fabric ที่ช่วยยกระดับการป้องกัน ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และสร้างความต่อเนื่องในการทำงานทั่วทั้งองค์กรแบบไฮบริด

แอนโธนี เจมส์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด ฟอร์ติเน็ต ระบุว่า การได้รับเลือกให้เป็นผู้นำและครองอันดับสูงสุดด้าน Ability to Execute สะท้อนถึงความไว้วางใจจากลูกค้า และขีดความสามารถในการส่งมอบระบบความปลอดภัยและระบบเครือข่ายที่รองรับการใช้งานระดับองค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำว่าฟอร์ติเน็ตยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดำเนินงานที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง AI การเตรียมความพร้อมด้านการเข้ารหัสหลังยุคควอนตัม (Post-Quantum Cryptography: PQC) การผสานงานแบบมัลติคลาวด์ และการสร้างการมองเห็นที่ครอบคลุมสภาพแวดล้อมทางไซเบอร์และกายภาพ

ในยุคที่องค์กรต้องปรับโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายตัวให้ทันสมัย ไฟร์วอลล์แบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป โซลูชัน Fortinet Hybrid Mesh Firewall จึงเข้ามาตอบโจทย์ด้วยการปกป้องครอบคลุมตั้งแต่ขอบเขตเครือข่าย สาขาที่มีทราฟฟิกสูง ดาต้าเซ็นเตอร์ เครือข่ายผู้ให้บริการ ไปจนถึงคลาวด์และเทคโนโลยีปฏิบัติการ (OT) ภายใต้ฐานข้อมูล FortiGuard AI-Powered Security Services และการจัดการแบบรวมศูนย์ ช่วยให้องค์กรกำหนดนโยบายความปลอดภัยเป็นมาตรฐานเดียวกันโดยไม่ต้องแยกใช้เครื่องมือหรือแพลตฟอร์มต่างกัน

นอกจากนี้ ฟอร์ติเน็ตยังมอบความยืดหยุ่นในการบังคับใช้นโยบายให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูลและกฎหมาย ผ่านการส่งมอบความปลอดภัยบนคลาวด์ด้วย FortiSASE การใช้อุปกรณ์ FortiGate ร่วมกับความสามารถ FortiSASE Outpost หรือการติดตั้งในพื้นที่เพื่อผสานการทำงานเฉพาะจุด ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบหลักของ SASE Firewall ที่ช่วยควบคุมนโยบายได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่กระทบประสบการณ์การใช้งาน

เพื่อรองรับโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต ระบบปฏิบัติการ FortiOS ได้รวมฟังก์ชันการเราต์ติ้งระดับองค์กร, Secure SD-WAN และ Next-Generation Firewall (NGFW) ไว้ด้วยกัน ช่วยลดความซับซ้อนและเพิ่มความเสถียร พร้อมทั้งขยายขีดความสามารถในการมองเห็นอุปกรณ์ IoT และระบบ Cyber-Physical ด้วยการตรวจจับทั้งแบบ Active และ Passive ช่วยระบุแบรนด์ เฟิร์มแวร์ และฟังก์ชันอุตสาหกรรมได้อย่างแม่นยำ เสริมด้วยการตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์และการตั้งค่าแบบเรียลไทม์เพื่อสกัดกั้นการแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต เปลี่ยนบทบาทไฟร์วอลล์จากการตรวจจับทราฟฟิกธรรมดา สู่การเป็นศูนย์กลางการบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยแบบกระจายตัวอย่างแท้จริง

–A10 Networks เปิดตัว A10 AI Gateway คุมเข้มความปลอดภัย จัดการต้นทุน AI องค์กรแบบรวมศูนย์