BDI กางโรดแมปปี 2570 ดันระเบียบสำนักนายกฯ ปลดล็อกแชร์ข้อมูลรัฐ นำร่อง 118 ชุดข้อมูลภัยพิบัติผ่านแพลตฟอร์ม D2

BDI กางโรดแมปปี 2570 ดันระเบียบสำนักนายกฯ ปลดล็อกแชร์ข้อมูลรัฐ นำร่อง 118 ชุดข้อมูลภัยพิบัติผ่านแพลตฟอร์ม D2

สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงาน “BDI Day 2026: Big Data for a Resilient Thailand” ฉลองก้าวสู่ปีที่ 4 พร้อมประกาศทิศทางการดำเนินงานปี 2570 ชูบทบาทตัวกลางบูรณาการและวิเคราะห์ข้อมูลระดับชาติ (National Big Data Backbone) ผลักดันระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับใหม่ ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมข้อมูลแบบ Sharing by default มุ่งตอบโจทย์การรับมือวิกฤตและความยืดหยุ่นของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของ BDI ยังคงมุ่งเน้น 2 ด้านสำคัญ คือ การบูรณาการข้อมูล (Data Integration) และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก (Data Analytics) ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อใช้กำหนดนโยบายและแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ

โดย BDI ทำงานร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. (DGA) อย่างใกล้ชิด ขณะที่ สพร. เน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อบริการประชาชน BDI จะเน้นการรวบรวมข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์และวางแผนนโยบายเชิงยุทธศาสตร์

จุดเปลี่ยนสำคัญของการทำงานในปีนี้ คือการผลักดันระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูล ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปี 2569 ที่ผ่านมา เพื่อมอบอำนาจให้ BDI เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงชุดข้อมูลมูลค่าสูง (High-Value Dataset) ระหว่างกระทรวงและกรมต่างๆ โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน บนสถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่ไม่จำเป็นต้องรวมข้อมูลดิบไว้ที่ส่วนกลาง แต่เน้นการสร้าง Data Pipeline เชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยงาน พร้อมมีคณะกรรมการส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูลระดับชาติ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นรองประธาน ทำหน้าที่กำหนดชุดข้อมูลมูลค่าสูงที่สอดรับกับมาตรฐานสากล เช่น UN และ OECD

ในช่วงบทเฉพาะกาล BDI ได้นำร่องรวบรวมชุดข้อมูลสำคัญด้านการจัดการภัยพิบัติ (Disaster Management) จำนวน 118 ชุดข้อมูล จาก 52 หน่วยงานรัฐ ครอบคลุมตั้งแต่น้ำ อุตุนิยมวิทยา ผังเมือง โทรคมนาคม ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง ไปจนถึงประวัติสุขภาพพื้นฐานสำหรับศูนย์พักพิง โดยปัจจุบันหน่วยงานทั้งหมดได้ตรวจสอบความถูกต้องของฟิลด์ข้อมูลแล้ว และอยู่ระหว่างประสานงานเพื่อเชื่อมโยงระบบจริง ทั้งนี้ BDI ได้ร่วมมือกับสำนักงาน ก.พ.ร. บรรจุการเชื่อมโยงข้อมูลมูลค่าสูงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัด (KPI) ประเมินผลงานของหน่วยงานรัฐตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

เพื่อรองรับการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัย BDI ได้เปิดตัวระบบ D2Share ให้ผู้บริหารขององค์กรเข้ามายืนยันตัวตนเพื่ออนุมัติเงื่อนไขการแชร์ข้อมูลตามข้อตกลงมาตรฐาน ทั้งสัญญาการทำงานร่วมกัน ข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement: DPA) และเงื่อนไขการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย PDPA

BDI กางโรดแมปปี 2570 ดันระเบียบสำนักนายกฯ ปลดล็อกแชร์ข้อมูลรัฐ นำร่อง 118 ชุดข้อมูลภัยพิบัติผ่านแพลตฟอร์ม D2

นอกจากนี้ BDI ยังได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบกลาง D2 (Data Integration & Intelligence) แบ่งโครงสร้างการทำงานออกเป็น 3 โซน ได้แก่:

  1. Sectorial Zone: พื้นที่จัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลเฉพาะกลุ่มเซกเตอร์หรือเฉพาะพื้นที่ (Area-based) เช่น ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง การท่องเที่ยว หรือทรัพยากรน้ำ พร้อมบริการถ่ายโอนข้อมูล (Migrate) ไปยังระบบของหน่วยงานต้นทางเมื่อพัฒนาเสร็จสิ้น
  2. Central Zone: แกนกลางของโครงสร้างพื้นฐานในการจับคู่และเชื่อมโยงชุดข้อมูลข้ามเซกเตอร์ เพื่อแปรสภาพเป็นบริการข้อมูลที่พร้อมใช้งาน
  3. Service Zone: โซนให้บริการเครื่องมือสร้าง Dashboard และการวิเคราะห์ด้วยโมเดล AI พื้นฐาน พร้อมระบบลดทอนชั้นความลับของข้อมูล เช่น การทำ Hashing และ Data Masking รวมถึงการตัดข้อมูลส่วนบุคคล (Anonymization) ให้พร้อมส่งต่อเป็น Open Data ผ่านพอร์ทัลกลางของ สพร. และเป็นพื้นที่ทดลองวิเคราะห์ข้อมูลเปิดคล้ายแพลตฟอร์มระดับสากล

ด้านความพร้อมของบุคลากร BDI มีทีมงานด้านข้อมูลมากกว่า 100 คน แบ่งเป็นทีมบริการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Service: DAS) จำนวน 53 คน เพื่อให้บริการวิเคราะห์แก่หน่วยงานรัฐ และทีมวิศวกรรมเทคโนโลยี (Tech Team) กว่า 40 คน ดูแลงาน Data Engineer, Cloud Engineer และสถาปัตยกรรมระบบ เพื่อดูแล 8 คลัสเตอร์ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ท่องเที่ยว, สาธารณสุข, สิ่งแวดล้อม, เกษตรและพาณิชย์, การศึกษา, การคุ้มครองทางสังคม, การเงิน และการจัดการภัยพิบัติ

ศ. ดร.ธีรณี ระบุว่า ทิศทางในอนาคต BDI มุ่งยกระดับแพลตฟอร์มกลางนี้ให้เป็นบริการถาวรของประเทศผ่านงบประมาณประจำปี ไม่ใช่การทำโครงการแบบจบเป็นรายครั้ง (Project-based) เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ข้อมูลที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Data Product) และผลักดันวัฒนธรรมการแบ่งปันข้อมูลให้เกิดขึ้นจริงทั่วทั้งระบบราชการไทย

–Synology เผยธุรกิจไทย 86% มองโครงสร้างพื้นฐาน AI สำคัญ แต่มีเพียง 9.5% พร้อมรับมือภัยคุกคาม