LH BANK ชี้การเมืองกระทบเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้าไทยชะลอตัว

LH BANK ชี้การเมืองกระทบเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้าไทยชะลอตัว

LH BANK ชี้ความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าที่ชะลอตัว แต่ยังไม่กระทบแผนลงทุน หวังจัดตั้งรัฐบาลเร็วและมีเสถียรภาพ ทำเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังโต 3.6-3.7%

ฉี ชิง-ฟู่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มองว่า การเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่กรณีที่สถานการณ์การเมืองที่ไม่ชัดเจน ยังไม่กระทบแผนการลงทุนของนักลงทุนไต้หวันในประเทศไทย แต่ปัจจัยความไม่แน่นอนหลายๆด้าน ทำให้เงินลงทุนยังไม่เข้ามาในไทย โดยคาดหวังว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะกลับมาดีขึ้น เชื่อว่าตัวเลขการลงทุนโดยตรง FDI จะกลับมาอยู่ในระดับมากกว่า 10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี เทียบเท่ากับช่วงก่อนโควิด 19

ไทยพาณิชย์ จับมือ ธปท. นำร่องทดสอบสกุลเงินดิจิทัลภาคประชาชน (Retail CBDC) ผ่านแอปฯ CBDC SCB

ชมภูนุช ปฐมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยังคาดหวังเศรษฐกิจไทยยังโตได้อีก ขึ้นอยู่กับสภาวะการเมืองว่าจะกลับมามีเสถียรภาพได้เมื่อไหร่แต่เชื่อว่าจะไม่ได้แย่ไปกว่านี้ ในแง่ของเอกชนก็อยากให้มีการจัดตั้งรัฐบาลให้เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ส่วนเรื่องความเชื่อมั่นนักลงทุน ยืนยันไม่มีการเปลี่ยนแผน แต่เม็ดเงินการลงทุนอาจจะชะลอตัวลง

LH BANK ชี้การเมืองกระทบเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเข้าไทยชะลอตัว

ทั้งนี้ LH BANK ยังคงเป้าประมาณการณ์ภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ GDP ปีนี้อยู่ที่ 3.6%-3.7% โดยต้องติดตามปัจจัยเรื่องความไม่แน่นอนสถานการณ์ทางการเมือง , ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงถึง 90% ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อปัญหาน่าจะลดลง โดยราคาสินค้ากลับมามีเสถียรภาพมากขึ้น ส่วนเรื่องเอลนิญโญ ยังเป็นข้อกังวลสำหรับสินค้าเกษตร แต่อย่างไรก็ตามยังเห็นเทรนด์การใช้จ่ายของประชาชนที่กลับมาดีขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ที่ภาคการท่องเที่ยวจะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ทั้งนี้ยอมรับว่า ตัวเลขการส่งออกตัวเลขปีนี้ น่าจะอยู่ที่ 0-1%

ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปีนี้ มองว่าปรับตัวลดลงตามกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัว และ หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น ต้องดูความสามารถในการชำระหนี้อย่างเข้มงวด หากดูว่าผ่อนไม่ไหว ก็ไม่ปล่อยสินเชื่อ แต่ในส่วนของ LH BANK ที่มีกลุ่มเป้าหมายลูกค้าตลาดบน ที่มีรายได้ไม่น้อยกว่า 75,000 บาทขึ้นไป และบ้านส่วนใหญ่อยู่ในระดับราคา 5 ล้านขึ้นไป จึงไม่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น แต่สิ่งที่เห็นชัดคือ ภาคคอนโดมีเนียม พบว่าต่างชาติสนใจซื้อคอนโดมีเนียมในประเทศไทยมากขึ้นโดยเฉพาะแนวริมแม่น้ำ ส่วนอัตราปฏิเสธสินเชื่อยังอยู่ในระดับเดิมที่ประมาณ 50%

Scroll to Top