เทคโนโลยี “PIVKA-II” พลิกโฉมการคัดกรองมะเร็งตับ ยุติภัยเงียบคร่าชีวิตคนไทยชั่วโมงละ 3 ราย

เทคโนโลยี "PIVKA-II" พลิกโฉมการคัดกรองมะเร็งตับ ยุติภัยเงียบคร่าชีวิตคนไทยชั่วโมงละ 3 ราย

วงการแพทย์ไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการรักษาด้วย “การแพทย์มะเร็งแม่นยำ” (Precision Oncology) พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองใหม่ล่าสุด “พิฟก้าทู” (PIVKA-II) ที่จะเข้ามาเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้แก่ผู้ป่วย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยง

มะเร็งตับยังคงเป็นโรคมะเร็งร้ายอันดับหนึ่งที่คร่าชีวิตคนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 3 รายต่อชั่วโมง สถิติจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติชี้ชัดว่ามะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ในกลุ่มโรคมะเร็งของคนไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียที่มีผู้ป่วยสูงถึง 73.3% ของผู้ป่วยทั่วโลก

ในงานประชุมวิชาการเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทย (47th ACMTT 2025) บริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมการแพทย์มะเร็งแม่นยำ ด้วยนวัตกรรมจากห้องปฏิบัติการทางคลินิก” เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของ Biomarker หรือสารบ่งชี้ทางชีวภาพชนิดใหม่ อย่าง พิฟก้าทู (Protein induced by vitamin K absence or antagonist II – PIVKA-II)

ซึ่งผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสามารถตรวจพบมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นได้สูงถึง 78.9% เปรียบเทียบกับ Biomarker แบบเดิมอย่าง Alpha-Fetoprotein (AFP) ที่ตรวจพบเพียง 36% แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในการตรวจจับมะเร็งตับตั้งแต่ระยะแรกเริ่มที่ยังไม่มีอาการ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในการเพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาด

ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของห้องปฏิบัติการทางคลินิกในยุคการแพทย์มะเร็งแม่นยำว่า เทคโนโลยีการตรวจใหม่ ๆ เช่น Next Generation Sequencing (NGS) ทำให้การวินิจฉัยโรคมะเร็งมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิฟก้าทู และ การ์ดสกอร์ (GAAD Score) ซึ่งเป็นการตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งชนิดใหม่จากการตรวจเลือด ช่วยให้การวินิจฉัยมะเร็งตับแม่นยำขึ้นถึงสองเท่า

นพ.ภาสกร วันชัยจิระบุญ รองประธานศูนย์ความเชี่ยวชาญระดับสูงสาขามะเร็ง โรงพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี กล่าวเสริมว่า พิฟก้าทู เป็นสารชีวภาพที่สำคัญในการบ่งชี้มะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma (HCC) และเมื่อใช้ร่วมกับการตรวจอัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) และ AFP จะเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจพบและประเมินความรุนแรงของโรคได้ดียิ่งขึ้น ส่วน GAAD Score คือค่าที่ได้จากการประมวลผลอัลกอริทึม โดยใช้ผลตรวจ AFP, พิฟก้าทู ร่วมกับเพศและอายุ เพื่อประเมินความเสี่ยงมะเร็งเซลล์ตับตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้การวินิจฉัยรวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการตรวจเฝ้าระวังมะเร็งตับ ได้แก่ ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรัง โดยเฉพาะเพศชายอายุมากกว่า 40 ปี และเพศหญิงอายุมากกว่า 50 ปี, ผู้ป่วยตับแข็งไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด รวมถึงผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หรือมีไขมันพอกตับ และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง การตรวจพบมะเร็งตับในระยะเริ่มต้นเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาที่หายขาดได้

การวินิจฉัยที่รวดเร็วและการเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลการรักษาที่ดีขึ้น ปัจจุบันการรักษามะเร็งมีความก้าวหน้าอย่างมาก ด้วยยาใหม่ ๆ เช่น ยามุ่งเป้า ภูมิคุ้มกันบำบัด และเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยใหม่ ๆ ที่ช่วยให้แพทย์สามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายได้มากขึ้น นอกจากนี้ ระบบ Tumor Board ซึ่งเป็นโซลูชันดิจิทัลจากโรช ยังช่วยให้ทีมแพทย์สามารถรวบรวมและเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว เพื่อการตัดสินใจวางแผนการรักษาที่ดีที่สุด

การตรวจ PIVKA-II และ GAAD Score จึงถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการคัดกรอง วินิจฉัย และติดตามผลการรักษามะเร็งตับในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเริ่มต้นที่ยังไม่มีอาการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วยชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง

รพ.วิมุต ฉลอง 4 ปี โตแกร่ง 35% เปิดเกมรุก “ศูนย์สุขภาพปอด” ชูเทคโนโลยี EBUS สู้ภัยฝุ่น-โรคระบาด รับมือผู้ป่วยพุ่ง

Scroll to Top