แอร์เอเชียทุ่ม 4 แสนล้าน! สั่งซื้อ Airbus A321XLR จ่อพลิกโฉมสู่ ‘สายการบินราคาประหยัดข้ามทวีป’ รายแรกของโลก

แอร์เอเชียทุ่ม 4 แสนล้าน! สั่งซื้อ Airbus A321XLR จ่อพลิกโฉมสู่ 'สายการบินราคาประหยัดข้ามทวีป' รายแรกของโลก

แอร์เอเชียประกาศดีลครั้งประวัติศาสตร์ ทุ่มงบประมาณมหาศาล 12.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 4.5 แสนล้านบาท) ลงนามสั่งซื้อเครื่องบิน Airbus A321XLR รุ่นพิสัยไกลพิเศษ จำนวน 50 ลำ พร้อมสิทธิ์ในการซื้อเพิ่มอีก 20 ลำ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็น “สายการบินราคาประหยัดแบบเครือข่ายข้ามทวีป (Low-Cost Network Carrier)” แห่งแรกของโลก

ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้น ณ กรุงปารีส โดยมี นายโทนี่ เฟอร์นันเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Capital A และ นายคริสเตียน เชเรอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครื่องบินพาณิชย์ของแอร์บัส เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วย ดาโต๊ะ เสรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยาน

พลิกเกมการบินระยะไกลด้วยเครื่องบินลำตัวแคบ

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแอร์เอเชีย จากเดิมที่เน้นการบินในภูมิภาคอาเซียน สู่การขยายเครือข่ายเส้นทางบินระยะไกลเชื่อมต่อทั่วโลก โดยใช้เครื่องบินลำตัวแคบ (Narrow-body) รุ่น A321XLR ซึ่งมีความสามารถในการบินได้ไกลเป็นพิเศษ เพื่อเปิดเส้นทางบินตรงใหม่ๆ จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังยุโรป อเมริกา และภูมิภาคอื่นๆ ที่เคยเป็นข้อจำกัดของเครื่องบินประเภทนี้

“เราคือผู้บุกเบิกการเดินทางราคาประหยัดในเอเชีย และตอนนี้เรากำลังจะยกระดับไปอีกขั้น” โทนี่ เฟอร์นันเดส กล่าว “เราต้องการให้โลกได้เห็นอาเซียน และให้อาเซียนได้เห็นโลก เครื่องบิน A321XLR คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริง เรากำลังจะทำให้โลกใบนี้เล็กลงสำหรับทุกคน”

ทำไมต้องเป็น A321XLR?

เครื่องบิน A321XLR ไม่เพียงแต่บินได้ไกลขึ้น แต่ยังเป็น “Game Changer” ในด้านประสิทธิภาพ:

  • ประหยัดเชื้อเพลิง: ประหยัดน้ำมันได้มากกว่ารุ่น A321neo ถึง 20% ต่อที่นั่ง ช่วยให้แอร์เอเชียสามารถคงโมเดลราคาประหยัดได้แม้ในเส้นทางบินไกล
  • ความยืดหยุ่น: สามารถเปิดเส้นทางบินสู่ “เมืองรอง” ที่มีความต้องการไม่สูงเท่าเมืองหลักได้ ซึ่งเครื่องบินลำตัวกว้าง (Wide-body) อาจไม่คุ้มค่า
  • ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้เชื้อเพลิงที่ลดลงหมายถึงการปล่อยมลพิษที่น้อยลง สอดคล้องกับแนวทางการเติบโตที่ยั่งยืน

ฝูงบินใหม่นี้จะเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2571 ถึง 2575 และจะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเป้าหมายของกลุ่มแอร์เอเชียที่จะขนส่งผู้โดยสารให้ได้ 150 ล้านคนต่อปี ภายในปี 2573

ด้าน คริสเตียน เชเรอร์ จากแอร์บัส กล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของแอร์เอเชียว่า “เครื่องบิน A321XLR จะเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้แอร์เอเชียสามารถเชื่อมโยงเมืองต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตครั้งสำคัญนี้”

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของแอร์เอเชียคาดว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก และจะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการเดินทางข้ามทวีปในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

Key Massage

  • แอร์เอเชียลงนามในบันทึกความเข้าใจสำหรับเครื่องบินแอร์บัส A321XLR จำนวน 70 ลำ เพื่อรองรับการขยายเครือข่ายสายการบินราคาประหยัดทั่วโลก โดยกำหนดให้กัวลาลัมเปอร์และกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการบินที่สำคัญ
  • เครื่องบิน A321XLR จะช่วยให้แอร์เอเชียให้บริการเส้นทางบินระยะไกลในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงเส้นทางสู่เอเชียกลาง ตะวันออกกลาง และยุโรป
  • กลุ่มแอร์เอเชียตั้งเป้าหมายขนส่งผู้โดยสาร 150 ล้านคนต่อปีภายในปี 2573 โดยมียอดรวมสะสม 1.5 พันล้านคนนับตั้งแต่ก่อตั้ง
  • เครื่องบิน A321XLR ประหยัดเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 20% ต่อที่นั่ง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและส่งเสริมเป้าหมายด้านประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของกลุ่มบริษัท

กทพ. มอบสิทธิพิเศษลูกค้า Easy Pass สมัคร EXAT Reward ครั้งแรกรับโค้ด GrabFood ฟรี 50 บาท

Scroll to Top