บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) “BANPU” เปิดเผยแผนกลยุทธ์ Energy Symphonics เฟสใหม่ ด้วยการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจ ควบรวม BPP เพื่อ ปลดล็อกมูลค่า และคว้าโอกาสการเติบโตจากความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นจากกระแส AI และ Data Center โดยมุ่งเน้นการสร้างความคล่องตัวและประสิทธิภาพสูงสุดในการดำเนินงาน เพื่อบรรลุเป้าหมายองค์กรภายในปี 2030 และเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050
การปรับโครงสร้างเพื่อสร้าง 4 เสาธุรกิจหลัก
การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการตอบสนองเชิงรุกต่อภูมิทัศน์พลังงานโลกที่เปลี่ยนไป โดยมีการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับกลยุทธ์มากขึ้น ภายใต้ 4 เสาธุรกิจหลัก (Core Pillars) ดังนี้:
- Next-Gen Mining: ธุรกิจเหมืองยุคใหม่ที่ยกระดับด้วยเทคโนโลยี AI และเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตแร่แห่งอนาคตที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
- U.S. Closed-Loop Gas: ธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารจัดการของ BKV Corporation (BKV) ซึ่งรวมสินทรัพย์ด้านการผลิตก๊าซ การดักจับคาร์บอน (CCUS) และธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ
- Power+: ยกระดับธุรกิจไฟฟ้าของ บ้านปู เพาเวอร์ (BPP) สู่แพลตฟอร์มธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ขับเคลื่อนพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) การซื้อขายพลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหิน และโครงสร้างพื้นฐานของก๊าซธรรมชาติ
- Future Tech: มุ่งเน้นเทคโนโลยีเกิดใหม่และโซลูชันดิจิทัลด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกับ Data Center และนวัตกรรมด้านพลังงานอื่น ๆ ที่มีโอกาสเติบโตสูง
กลไกสำคัญของการปรับโครงสร้าง
แผนการปรับโครงสร้างเพื่อสร้างความคล่องตัวและเสริมความแข็งแกร่งประกอบด้วย สองส่วนสำคัญ:
- การควบรวมกิจการ: BANPU และ BPP จะดำเนินการควบรวมและจัดตั้ง “บริษัทใหม่” (NewCo) โดยมีเป้าหมายเพื่อ ลดความซับซ้อนของโครงสร้างการถือหุ้นภายในกลุ่ม และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ บริษัทใหม่นี้คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายใน ไตรมาสที่ 3 ของปี 2569 โดยมีอัตราส่วนการแลกหุ้น (Swap Ratio) เบื้องต้น คือ 1 หุ้นบ้านปูเดิม ต่อ 0.35575 หุ้นในบริษัทใหม่ และ 1 หุ้น BPP เดิม ต่อ 0.74615 หุ้นในบริษัทใหม่
- การรวมสินทรัพย์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ: BPP เตรียมขายสิทธิการลงทุน ร้อยละ 25 ในกิจการร่วมค้า BKV-BPP Power LLC ให้แก่ BKV ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 230.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่าประมาณ 7,512 ล้านบาท) ส่งผลให้ BKV ถือหุ้นรวม ร้อยละ 75 ในธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาด 1.5 กิกะวัตต์ ในสหรัฐฯ โดยการชำระค่าตอบแทนจะอยู่ในรูปแบบเงินสด ร้อยละ 50 และหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ BKV คิดเป็น ร้อยละ 50 ของมูลค่ารวม ธุรกรรมนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จใน ไตรมาสแรกของปี 2569 การดำเนินการนี้จะช่วยปลดล็อกกลยุทธ์ก๊าซธรรมชาติครบวงจรในสหรัฐฯ ได้เต็มศักยภาพ
เป้าหมายเชิงตัวเลข
สินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า แผนงานนี้สร้างคุณค่าให้กับบ้านปูใน 3 มิติ ได้แก่ ด้านโครงสร้าง ที่ทำให้ธุรกิจหลักชัดเจน, ด้านกลยุทธ์ ที่เพิ่มโอกาสเติบโตและประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์, และ ด้านการเงิน ที่ช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ในตลาด และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินในระยะยาว
การปรับโครงสร้างนี้เป็นไปเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายที่สำคัญและสามารถวัดผลได้ดังนี้ ภายในปี 2030:
- เพิ่ม EBITDA เป็น 1.5 เท่า
- ลดสัดส่วน EBITDA ที่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับถ่านหินให้ ต่ำกว่าร้อยละ 50
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1 และ 2 มากกว่าร้อยละ 20
อิศรา นิโรภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เสริมว่า การควบรวมครั้งนี้จะเปลี่ยน BPP สู่แพลตฟอร์มหลัก ‘Power+’ ในการขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มบ้านปู พร้อมทั้งเพิ่มความคล่องตัวทางการเงิน และขยายโอกาสในการเข้าถึงเงินทุนสำหรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูง
–‘Nvidia’ สร้างประวัติศาสตร์ เป็นบริษัทแรกของโลกที่มูลค่าตลาดพุ่งทะลุ 5 ล้านล้านดอลลาร์







