นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วย นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน และคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามแผนการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่มีความเสถียร สะอาด และมีต้นทุนต่ำที่สุด เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย Net Zero ของประเทศในปี 2593

การลงพื้นที่ครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เครื่องที่ 4 ซึ่งใช้งานมานานกว่า 30 ปี และครบอายุการใช้งาน อุปกรณ์หลายส่วนเสื่อมสภาพ จึงจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงเพื่อรักษาความพร้อมและความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้า โดยการปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยต่ออายุการใช้งานโรงไฟฟ้าได้อีก 30 ปี ด้วยงบประมาณ 2,088 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีภายในปี 2568 และคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในเดือนธันวาคม 2572
โรงไฟฟ้าพลังน้ำมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างสม่ำเสมอ และตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 7 นาที

นอกจากนี้ ในประเด็นสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก หลังจากที่ประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากพายุหลายลูกในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเขื่อนสิริกิติ์ที่มีปริมาณน้ำมากถึง 97% ของความจุเขื่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้สั่งการให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์พายุที่อาจส่งผลกระทบอย่างใกล้ชิด รวมถึงตรวจสอบความแข็งแรงของเขื่อนทุกแห่งภายใต้การดูแลของ กฟผ. พร้อมกำชับให้บริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบไม่ให้ส่งผลกระทบหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุดต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ใต้เขื่อน
เขื่อนสิริกิติ์เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ และเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อันดับ 3 ของไทย ทำหน้าที่กั้นแม่น้ำน่าน โดยมีส่วนสำคัญในการผลิตไฟฟ้า การเกษตร การอุปโภคบริโภค และการช่วยบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำน่านและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา







