พลิกเกมท่องเที่ยวไทย ชู ‘Value Over Volume’ ดึงกลุ่มเปย์หนักเข้างานใหญ่ Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026 คาดเงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาท

ส่องกลยุทธ์ปั้นไทยสู่ ‘ฮับท่องเที่ยวพรีเมียมโลก’ ใน Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026

เทรนด์การท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนทิศทางอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นพึ่งพาเม็ดเงินจากจำนวนนักท่องเที่ยวปริมาณมาก (Volume) กำลังก้าวสู่ยุค Value Over Volume หรือการสร้างมูลค่าเหนือปริมาณ ซึ่งกลายมาเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปี 2569 โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) ที่มีกำลังซื้อสูง มีระยะเวลาพำนักในประเทศยาวนาน และพร้อมใช้จ่ายเพื่อแลกกับอุปกรณ์และประสบการณ์ระดับพรีเมียม

ล่าสุด บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เตรียมจัดงานใหญ่สำหรับวงการไลฟ์สไตล์เอเชีย “Thailand Golf & Dive Expo plus Outdoor Fest 2026” ระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569 ณ ฮอลล์ 5-6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งเป้าปักหมุดประเทศไทยให้เป็นฮับการท่องเที่ยวพรีเมียมระดับโลก และเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการยกระดับบริการสู่มาตรฐาน Green Premium เพื่อรองรับเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

ณาตยา สุรยภาณุมาศ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโครงการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.แมเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้เป็นการรวม 3 งานใหญ่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน ประกอบด้วย งานดำน้ำ (Thailand Dive Expo) ครั้งที่ 22 งานกอล์ฟ (Thailand Golf Expo) ครั้งที่ 17 และงานกิจกรรมกลางแจ้ง (Outdoor Fest) ภายใต้แนวคิด “อะดรีนาลีน” (Adrenaline) เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคออกไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและท้าทายมากขึ้น โดยตั้งเป้าผู้เข้าชมงานตลอด 4 วันไว้ที่ประมาณ 65,000 คน ซึ่งในแต่ละปีมีสัดส่วนของกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้เริ่มต้นทำกิจกรรม (นักท่องเที่ยวหน้าใหม่) สูงถึง 60% และคาดว่าปีนี้ยอดรวมผู้เข้าชมจะเติบโตขึ้นอีก 10% จากปีที่แล้ว

นอกจากนี้ งานดังกล่าวยังถูกยกระดับให้เป็น Business Platform เต็มรูปแบบ ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) โดยเชิญผู้ซื้อ (Buyers) จากต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม และญี่ปุ่น มาร่วมเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการไทย เพื่อกระจายรายได้และเม็ดเงินลงสู่ชุมชนรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดภายในงานและต่อเนื่องไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ ราว 200 ล้านบาท

สำหรับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ในปัจจุบัน จะให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเน้นคุณภาพและการเลือกสิ่งที่ดี คุ้มค่า และปลอดภัย เช่น การเที่ยวทริปดำน้ำแบบ Liveaboard หรือการแคมป์ปิ้งที่พัฒนามาเป็น “แกลมปิ้ง” (Glamping) เน้นการถ่ายภาพสวยงาม เนื่องจากธรรมชาติของไทยทั้งบนบกและใต้น้ำยังสมบูรณ์มาก ซึ่งข้อมูลจากสถาบันออกใบรับรอง (Certificate) ดำน้ำ ระบุว่า ตลาดนักดำน้ำหน้าใหม่เติบโตขึ้นทุกปีประมาณ 10-15% และประเทศไทยเองก็เป็นประเทศที่ผลิตนักดำน้ำหน้าใหม่ติดอันดับต้นๆ (ประมาณอันดับ 2 หรือ 3) ของโลก

ภายในงานปีนี้ยังมุ่งเน้นเรื่องสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ อาทิ การประกวดภาพถ่ายและวิดีโอใต้น้ำหัวข้อทะเลไทย ชิงรางวัลสูงสุด 40 บาท ภายใต้กติกาห้ามรบกวนธรรมชาติ กิจกรรม CSR ร่วมกับพันธมิตร เช่น โครงการรักทะเลของ SCG 3D printing และมูลนิธิ Love and Life การเปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “Midnight Ocean The Hidden Galaxy” เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้หน่วยงานอนุรักษ์ทะเล กิจกรรม “TDEX You give we share” เปิดรับบริจาคอุปกรณ์ดำน้ำสภาพดี และการแจกกล้าไม้ฟรีจากกรมป่าไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว

นอกจากนี้ สายช้อปยังจะได้พบกับสินค้าแบรนด์ดังทุบราคาลดสูงสุดถึง 80% บัตรสนามกอล์ฟ (Green Fee) ราคาพิเศษจากสนามชั้นนำ เช่น เลควิว, ปัตตาเวีย และแบล็คเมาน์เทน พร้อมทั้งการเปิดตัว Garmin รุ่นใหม่ซีรีส์ MK3 สีใหม่ครั้งแรกในไทย และกิจกรรมเวทีสัมมนาจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก รวมถึงกิจกรรมยอดฮิตอย่างการแข่งขัน “1 พัต 1 แสน”

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 11:00 – 20:00 น. ที่ฮอลล์ 5 และ 6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทาง Facebook Fanpage: Thailand Golf Expo, Thailand Dive Expo หรือ Outdoor Fest และแนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์สิริกิติ์ เพื่อความสะดวกรวดเร็วและร่วมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

อีคอมเมิร์ซอาเซียนพุ่ง 9.3 ล้านล้านบาท 2C2P เผยเอสเอ็มอีไทยเร่งปรับตัวรับเทรนด์ดิจิทัลเพย์เมนต์

Scroll to Top