เกิดอะไรขึ้น? สนามบินในยุโรปถูกโจมตีทางไซเบอร์

เกิดอะไรขึ้น? สนามบินในยุโรปถูกโจมตีทางไซเบอร์

เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางทางอากาศทั่วทวีปยุโรป เมื่อระบบเช็กอินและระบบบอร์ดดิ้งของผู้ให้บริการในหลายสนามบินหลักถูกโจมตีทางไซเบอร์ ทำให้เที่ยวบินจำนวนมากต้องล่าช้าและยกเลิก สร้างความปั่นป่วนให้กับผู้โดยสารหลายพันคน

เกิดอะไรขึ้นและเกิดที่ไหนบ้าง?

เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ต่อ Collins Aerospace ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ RTX ผู้ให้บริการระบบเช็กอินและบอร์ดดิ้งสำหรับสายการบินต่างๆ ทั่วโลก โดยระบบซอฟต์แวร์ MUSE (Multi-User System Environment) ที่สนามบินหลายแห่งได้รับผลกระทบ

ลอนดอน ฮีทโธรว์ (Heathrow) ประเทศอังกฤษ: สนามบินที่คึกคักที่สุดในยุโรปประกาศว่าเกิดปัญหาทางเทคนิค ทำให้ผู้โดยสารขาออกต้องเผชิญกับความล่าช้า

สนามบินบรัสเซลส์ (Brussels) ประเทศเบลเยียม: ประกาศว่าระบบอัตโนมัติไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้ต้องกลับไปใช้การเช็กอินและบอร์ดดิ้งด้วยตนเองเท่านั้น

สนามบินเบอร์ลิน (Berlin) ประเทศเยอรมนี: แจ้งว่าเกิดความล่าช้าในการเช็กอินเนื่องจากปัญหาทางเทคนิคที่ผู้ให้บริการ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสนามบิน ดับลิน (Dublin) และ คอร์ก (Cork) ในไอร์แลนด์ก็ได้รับผลกระทบในระดับเล็กน้อย

ผลกระทบที่เกิดขึ้น

ระบบล่ม: ระบบเช็กอินอัตโนมัติและระบบรับกระเป๋าไม่สามารถทำงานได้ ทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้การเช็กอินแบบแมนนวล ส่งผลให้เกิดความล่าช้าอย่างหนัก

ความปั่นป่วนในตารางบิน: สนามบินบรัสเซลส์รายงานว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อตารางบิน ทำให้เที่ยวบินหลายสิบเที่ยวถูกยกเลิกและล่าช้าโดยเฉลี่ยหนึ่งชั่วโมง

ผู้โดยสารไร้ข้อมูล: ผู้โดยสารหลายคนรู้สึกสับสนและได้รับข้อมูลที่ไม่ชัดเจน เช่นเดียวกับผู้โดยสารที่สนามบินฮีทโธรว์ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่วุ่นวายและขาดการสื่อสารจากสายการบินบางแห่ง

แนวทางแก้ไขปัญหาและความรับผิดชอบของสายการบิน

ใช้ระบบสำรอง: ผู้ให้บริการอย่าง RTX แจ้งว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจำกัดอยู่แค่การเช็กอินแบบอิเล็กทรอนิกส์และสามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ระบบเช็กอินแบบแมนนวล

สายการบินเร่งแก้ไข: สายการบินใหญ่บางราย เช่น Delta Air Lines แจ้งว่าสามารถใช้มาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อลดผลกระทบต่อเที่ยวบินขาออกได้ ในขณะที่สายการบินอย่าง EasyJet ยืนยันว่าการปฏิบัติการเป็นไปตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

การแจ้งเตือนผู้โดยสาร: สนามบินที่ได้รับผลกระทบแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินของตนเองก่อนเดินทางมายังสนามบิน

บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นี้

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์มองว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เผยให้เห็นถึง “จุดอ่อน” ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ใช้ร่วมกัน ซึ่งสามารถนำไปสู่การล่มสลายของระบบที่เชื่อมต่อกันหลายส่วนได้ในคราวเดียว แม้แต่บริษัทด้านการบินและกลาโหมระดับโลกที่มีระบบที่แข็งแกร่งก็ยังได้รับผลกระทบ

บทเรียนสำคัญคือการพึ่งพาระบบดิจิทัลร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอาจกลายเป็นจุดเปราะบางที่ทำให้เกิดความเสียหายได้ง่าย หากระบบใดระบบหนึ่งถูกโจมตี อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นวงกว้างในทันที ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาทบทวนมาตรการป้องกันและรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างจริงจังมากขึ้น

ที่มา apnews , hindustantimes , cbc , japantimes , cnn

สคส. เตือนภัย “สแกนม่านตา” ชี้ชัด! ข้อมูลอ่อนไหว อาจย้อนรอยระบุตัวตนได้ แม้อ้างว่าลบทิ้งแล้ว

Scroll to Top