ตัวเลขท่องเที่ยวปีนี้ค่อยๆ ตกลง แม้จะไม่ฮวบฮาบ แต่ก็ซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ตกต่ำของไทยอย่างมาก ความวิตกถึงอนาคตของประเทศที่เอาไปแขวนไว้กับการท่องเที่ยวที่คอยชูโรง ในขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆ ยังไม่กระเตื้องขึ้นเลย ทำให้เกิดคำถามว่า เราควรพึ่งพาการท่องเที่ยวอยู่หรือไม่ หรือถ้าต้องพึ่งท่องเที่ยวอยู่ทำอย่างไรให้มันยั่งยืน
ว่าไปแล้ว 4 เดือนที่ผ่านมาของไทย มีกิจกรรมที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ไม่นับ “มหาสงกรานต์” ที่เป็นหมุดหมายประจำปีแล้ว งานใหญ่ๆ แทบไม่เห็น เทศกาลดนตรี กีฬา ฯลฯ ระดับนานาชาติระดับแม่เหล็กนั้นซบเซาอย่างมาก ไม่ใช่ประเทศไทยไม่ขยันสร้างกิจกรรมเหล่านี้ เพียงแต่กิจกรรมที่ว่าไม่ได้ถูกสร้างให้เป็นกิจกรรมประจำปี ที่ทั่วโลกรู้จัก และตั้งตารอที่จะมาร่วมกิจกรรม
เป็นที่รู้กันว่า นักท่องเที่ยวสมัยใหม่มักวางแผนก่อนเดินทางเป็นปี มันหมดยุคที่ซื้อตั๋วจากบริษัททัวร์และมาชะโงกทัวร์เหมือนเก่า การสร้างกิจกรรมหรืออีเวนท์หลักจึงต้องจัดอย่างสม่ำเสมอ คุณภาพรับประกันได้ นักท่องเที่ยวที่สนใจจึงจะวางแผนมาร่วมงาน ซึ่งอีเวนท์หลักที่เป็นหมุดหมายระดับนานาชาติของไทยยังมีน้อยไป
ปลายเดือนมิถุนายนนี้ มีอีเวนท์กีฬาระดับนานาชาติ จัดปีนี้เป็นปีที่สามกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นการแข่งขันบาสเกตบอลระดับเยาวชนที่ดูแลโดยภาคเอกชนเล็กๆ เรียกว่า IYBC ปรากฎว่ามีทีมจากประเทศในเอเชียเข้าร่วมมากกว่าสิบประเทศ กว่า 70 ทีม น่าจะมีทั้งนักกีฬา และทีมงานล้วนๆ กว่า 3,000 คนที่เข้าร่วม (ไม่นับคนดูและกองเชียร์)
ไม่น่าเชื่อว่าอีเวนท์นี้เกิดจาก ความนิยมเล่นบาสเกตบอลจากวัยรุ่นที่เรียนในโรงเรียนนานาชาติทั่วประเทศไทย นี่คือกีฬายอดฮิตที่แตกต่างจากกระแสหลัก ที่น่าแปลกใจหลายคนก็คือ มันเกิดขึ้นในโรงเรียนนานาชาติทุกที่ในเอเชีย ทำให้สิงคโปร์ที่มักเป็นประเทศที่จัดอีเวนท์ได้สร้างทัวร์นาเมนท์แข่งขันนานาชาติขึ้นมา ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่โดดเด่นในกีฬาชนิดนี้เลย หลายปีที่ผ่านมาอีเวนท์นี้ทำให้รู้ว่าเจ้าพ่ออีเวนท์ระดับเอเชียก็ตกม้าตายได้เหมือนกัน
สิงคโปร์มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี สนามบาสของโรงเรียนนานาชาติที่มากมาย มีมาตรฐานและจำนวนมากพอที่จะจัดการแข่งขันที่รองรับทีมจำนวนมากได้ แต่ค่าใช้จ่ายก็แพงมาก ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พักและความเป็นอยู่ของนักกีฬา ความที่ต้นทุนการจัดสูง ทำให้ทุกอย่างต้องรวบรัด วันแข่งไม่เยอะ โปรแกรมที่จัดออกมาจึงใช้วิธี Knock out บางทีมจึงได้แข่งขันนัดเดียว ไม่คุ้มกับการเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมา
นี่คือ pain point ของกลุ่มผู้ปกครองของเด็กโรงเรียนนานาชาติในไทยและทั่วเอเชีย ไม่น่าเชื่อว่าเหตุผลนี้ทำให้กลุ่มผู้ปกครองของไทยคิดว่า ทำไมไทยไม่จัดขึ้นมาซะเองเลย และแก้ปัญหาที่เคยมีมาให้หมด ที่สำคัญประเทศไทยมีศักยภาพพอที่จะจัดแน่นอน
รายการแข่งขันบาสเกตบอลเยาวชนระดับนานาชาติของเอเชียจึงเกิดขึ้นที่ไทยในที่สุด แต่เบื้องหลังการจัดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เพราะการจัดแข่งขันนานาชาติไม่ใช่เอาแค่เด็กโรงเรียนนานาชาติมาแข่งแล้วจบ แต่มันต้องเป็นรายการเปิด หรือ Open ที่สำคัญต้องได้รับการรับรองจาก FIBA ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลระดับเอเชีย ดังนั้นการเดินเรื่องผ่านรับรองจากหน่วยงานในไทย ไม่ว่าจะเป็นกรมพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ก่อนไปถึง FIBA จึงเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้
IYBC ผ่านเงื่อนไขมาตรฐานเหล่านี้มาจนถึงปีที่สาม และได้รับการยอมรับจากนานาชาติจนสร้างหมุดหมายประจำปีขึ้นมา ไม่ว่าเศรษฐกิจไทยจะย่ำแย่ หรือจะมีข่าวร้ายๆ อะไรเกิดขึ้นในไทย จะมีนักกีฬาและทีมผู้ติดตามกว่า 3,000 คนนี้เดินทางเข้าประเทศไทยทุกปี และจะเป็นรายการศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามพลาด เป็นความใฝ่ฝันของเด็กยุคใหม่ในเอเชียที่จะต้องมาเล่นในรายการนี้ และเอาแชมป์กลับไป
ความฮอทของทัวร์นาเมนท์นี้ก็คือ มีประเทศในอาเซียนอยากขอจัดในนาม IYBC ซะด้วย ตัวอย่างคือ ฟิลิปปินส์ ดินแดนที่บ้าคลั่งกีฬาบาสเกตบอลมากกว่าเมืองไทย แต่เนื่องจากด่านแรกคือ สนามจัดการแข่งขันไม่ผ่านมาตรฐาน FIBA ก็เลยต้องตกไป ตอนนี้อินโดนีเซียก็เสนอตัวชิงเค๊กก้อนนี้แล้ว
ในวันนี้ IYBC แซงหน้าทัวร์นาเมนท์ของสิงคโปร์ไปแล้ว และเป็นรายการอันดับหนึ่งในระดับเยาวชนที่ FIBA รับรอง ปีนี้แม้จะมีคนมาอย่างน้อย 3,000 แต่ปีหน้าจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนเป็นอีเวนท์หลักหมื่น ที่ค่าใช้จ่ายต่อวัน 3,000-5,000 บาทต่อคน อย่าลืมว่ากลุ่มนี้คือกลุ่มที่กำลังซื้อสูงมาก เราควรจะมีอีเวนท์แบบนี้เกิดขึ้นในเมืองไทยให้มากขึ้นอีกหรือไม่
จริงๆ แล้วประเทศไทยไม่ควรรอให้ภาครัฐจัดกิจกรรมใหญ่ๆ ลงทุนสูง ในทุกๆ เดือน แต่ภาคเอกชนก็สามารถ “สร้าง” อีเวนท์เหล่านี้ขึ้นมากๆ อีเวนท์อาจต้องใช้เวลาเติบโตอย่างน้อย 2-3 ปี แต่เมื่อติดตลาดแล้ว มันเหมือนทรัพย์สินที่กินยาว เป็น Cash cow ให้ตัวเองและประเทศได้เก็บเกี่ยว
ทิ้งท้ายตรงนี้ ใครอยากรู้ว่าอีเวนท์หมุดหมายระดับนานาชาติของเอเชียเป็นอย่างไร ไปดูกัน IYBC 2025 จะจัดขึ้นในวันที่ 30 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2568 โดยใช้สถานที่การแข่งขันคือ สนามบาสเกตบอลปรับอากาศ อาคาร 3 สนาม และสนามบาสเกตบอล ในอาคารที่มีหลังคา 2 สนามของโรงเรียนนานาชาติ สิงคโปร์ กรุงเทพฯ วิทยาเขตประชาอุทิศ (Singapore International School of Bangkok, Pracha Uthit Campus)
บทความ : สมชาย งามวรรณกุล
Biztalk Inside
จุดหมายต่อไป “การบินไทย” ออกจากแผนฟื้นฟูฯ กลับสู่ตลาดหลักทรัพย์



