ยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นกับศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด กลับมีเงาของความกังวลปกคลุม เมื่อรายงานล่าสุดจาก NTT DATA Inc. เผยให้เห็นถึง “ช่องว่างแห่งความรับผิดชอบ” ที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในการนำ AI มาใช้งาน โดยผลสำรวจผู้บริหารระดับสูง (C-suite) กว่า 2,300 คนใน 34 ประเทศทั่วโลก ชี้ชัดว่า 81% ของผู้นำธุรกิจกำลังเผชิญกับความท้าทายในการตามให้ทันความก้าวหน้าของ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเป็นผู้นำ การกำกับดูแล และความพร้อมของบุคลากร ซึ่งนำไปสู่ความเสี่ยงต่อการลงทุน ความปลอดภัย และความไว้วางใจจากสาธารณชน
ผู้นำเสียงแตก: นวัตกรรม VS ความรับผิดชอบ
ผลสำรวจเผยให้เห็นถึงความขัดแย้งในหมู่ผู้นำธุรกิจ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก:
- สายอนุรักษ์นิยม: 1 ใน 3 ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบมากกว่านวัตกรรม มองว่าการรักษามาตรฐานทางจริยธรรมและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
- สายเสี่ยง: 1 ใน 3 พร้อมที่จะผลักดันนวัตกรรมอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเชื่อว่าการเป็นผู้นำในยุค AI จำเป็นต้องกล้าที่จะเสี่ยง
- สายกลาง: 1 ใน 3 มองว่าทั้งนวัตกรรมและความรับผิดชอบมีความสำคัญเท่าเทียมกัน และพยายามที่จะสร้างสมดุลระหว่างทั้งสองด้าน
กฎระเบียบคลุมเครือ: อุปสรรคขวางกั้นความก้าวหน้า
ปัญหาใหญ่ที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ (80%) เห็นพ้องต้องกันคือ ความไม่ชัดเจนของกฎระเบียบภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุนและการนำ AI มาใช้ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการพัฒนาและปรับใช้เทคโนโลยี
ภัยคุกคามความปลอดภัย: ช่องโหว่ที่ต้องเร่งอุด
ความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามด้านความปลอดภัยของ AI พุ่งสูงถึง 89% ในหมู่ผู้บริหารระดับสูง แต่มีเพียง 24% ของผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศ (CISOs) เท่านั้นที่เชื่อว่าองค์กรของตนมีกรอบการทำงานที่แข็งแกร่งในการรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้
บุคลากรไม่พร้อม: ขาดทักษะรับมือยุค AI
อีกหนึ่งปัญหาเร่งด่วนคือ การขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะในการทำงานร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ โดย 67% ของผู้บริหารระบุว่าพนักงานของตนยังไม่พร้อมสำหรับยุค AI นอกจากนี้ 72% ยอมรับว่าองค์กรของตนยังไม่มีนโยบาย AI ที่ชัดเจนเพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างรับผิดชอบ
ความยั่งยืน: ความขัดแย้งที่ต้องหาทางออก
ความทะเยอทะยานในการพัฒนา AI กำลังขัดแย้งกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร โดย 75% ของผู้นำเชื่อว่าการใช้ AI ที่ต้องใช้พลังงานจำนวนมากเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน
ภารกิจผู้นำ: ปิดช่องว่างแห่งความรับผิดชอบ
เพื่อหลีกเลี่ยงอนาคตที่ AI ล้ำหน้าการกำกับดูแล องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดเพื่อปิดช่องว่างแห่งความรับผิดชอบ โดยผู้นำต้องให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้:
- หลักการรับผิดชอบตั้งแต่การออกแบบ: พัฒนา AI และ GenAI ด้วยความรับผิดชอบตั้งแต่เริ่มต้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความโปร่งใส
- ข้อบังคับการกำกับดูแล: กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมและสังคมสำหรับการใช้งาน AI อย่างเป็นระบบ
- ความพร้อมของพนักงาน: พัฒนาทักษะของพนักงานในการทำงานร่วมกับ AI และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสของ AI
- ความร่วมมือระดับโลก: ร่วมมือกับภาคธุรกิจ ผู้กำกับดูแล และผู้นำในอุตสาหกรรม เพื่อสร้างกรอบการกำกับดูแล AI ระดับโลกที่ชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้
บทสรุป: เร่งเครื่องนวัตกรรมอย่างรับผิดชอบ
อภิจิต ดูเบย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ NTT DATA Inc. กล่าวว่า “หากไม่มีผู้นำที่เด็ดขาด เราเสี่ยงที่จะเผชิญอนาคตที่นวัตกรรมแซงหน้าความรับผิดชอบ ซึ่งจะนำไปสู่ช่องโหว่ด้านความปลอดภัย การละเลยจริยธรรม และการสูญเสียโอกาส”
ดังนั้น ภาคธุรกิจต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยผสานความรับผิดชอบเข้ากับแกนหลักของ AI ตั้งแต่การออกแบบ การกำกับดูแล การเตรียมความพร้อมของพนักงาน และแนวทางปฏิบัติด้านจริยธรรม เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI ได้อย่างเต็มที่ และสร้างประโยชน์สูงสุดให้กับธุรกิจ พนักงาน และสังคมโดยรวม
รายงานนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาแนวทางใหม่เพื่อสนับสนุนการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและปลอดภัย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง หากต้องการดูรายงานฉบับเต็มโปรดไปที่ https://services.global.ntt







