KIJSETTHI MOBILITY จัดงานใหญ่ “GRAND LAUNCH 2026: Driving the Future of Mobility in Thailand” เปิดตัวรถบัสและมินิบัสแบรนด์ KIM LONG MOTOR จากประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมชูโซลูชัน One-Stop Commercial Mobility Solutions ครอบคลุมตั้งแต่การคัดเลือกสเปก การจัดจำหน่าย ไปจนถึงงานบริการหลังการขายและระบบอะไหล่ครบวงจร เพื่อตอบโจทย์กลุ่มขนส่งผู้โดยสาร การท่องเที่ยว รถรับส่งพนักงาน และระบบขนส่งมวลชน
ความร่วมมือระดับภูมิภาคครั้งนี้เริ่มต้นจากการลงนามข้อตกลงจัดหารถบัสเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ก่อนที่ KIJSETTHI MOBILITY จะได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน 2569 ครอบคลุมรถเชิงพาณิชย์ทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาป (ICE) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยบริษัทจะทำหน้าที่บริหารตลาดในประเทศ วิเคราะห์ลักษณะเส้นทางเพื่อปรับสเปกรถให้เข้ากับผู้ประกอบการไทย พร้อมจัดเตรียมคลังอะไหล่และช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญรองรับการซ่อมบำรุงตลอดอายุการใช้งาน
ชลากร เศรษฐบัณทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด ระบุว่า ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจรถเชิงพาณิชย์ยาวนานกว่า 30 ปี บริษัทตระหนักดีว่าผู้ประกอบการไม่ได้มองหาเพียงราคาตัวรถ แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน (Total Cost of Ownership) ความพร้อมของอะไหล่ และความรวดเร็วในการบำรุงรักษา การจับมือกับ KIM LONG จึงเป็นการผสานผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเข้ากับระบบบริการที่พร้อมดูแลลูกค้าตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจ
ในงานเปิดตัวครั้งนี้ มีการเผยโฉมรถบัสและมินิบัสรวม 4 รุ่น ได้แก่ KIM LONG 99N43, KIM LONG 99N44, KIM LONG 99N42 WC และมินิบัส KIM LONG 19N21 โดยกลุ่มรถบัสขนาด 12 เมตร (ซีรีส์ KIM LONG 99) โดดเด่นด้วยโครงสร้างตัวถังแบบ Full Monocoque ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและลดน้ำหนักตัวรถ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ YUCHAI K11 มาตรฐานไอเสีย Euro 5 ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 19–21 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร ตอบสนองการบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Dao Viet Anh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KIM LONG MOTOR เผยว่า การเลือก KIJSETTHI MOBILITY เป็นพันธมิตรยุทธศาสตร์ มาจากความพร้อมด้านเครือข่ายธุรกิจ ชื่อเสียง และความเชี่ยวชาญด้านบริการหลังการขายในไทย โดย KIM LONG มีจุดเด่นด้านการวิจัยพัฒนา และขีดความสามารถในการผลิตชิ้นส่วนหลักได้เอง เช่น แชสซี ตัวถัง แบตเตอรี่ และระบบไฟฟ้า ช่วยให้ควบคุมต้นทุนและมาตรฐานคุณภาพได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามกรอบความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ซึ่งช่วยเสริมขีดความสามารถการแข่งขันด้านราคาในไทย
ทั้งสองฝ่ายวางโรดแมปการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเน้นสร้างความเชื่อมั่นผ่านเครือข่ายศูนย์บริการและระบบอะไหล่ทั่วประเทศ ส่วนระยะถัดไปมีแผนศึกษาการเปลี่ยนผ่านจากการนำเข้ารถสำเร็จรูป (CBU) สู่การตั้งฐานประกอบรถยนต์แบบชิ้นส่วนสมบูรณ์ (CKD) ภายในประเทศไทย ช่วงปี 2570–2573 ตั้งเป้าใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มากกว่า 50% เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำคัญของภูมิภาค
การผนึกกำลังทางธุรกิจครั้งนี้ยังประจวบเหมาะกับวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม ในปี 2569 พร้อมกันนี้ KIJSETTHI MOBILITY ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกับ บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด พัฒนาโซลูชัน EV Fleet ตอบรับทิศทางพลังงานสะอาด และส่งมอบรถล็อตแรกแก่กลุ่มลูกค้าภายในงานอย่างเป็นทางการ
–CHANGAN เปิดตัว SDA Pilot เทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง พร้อมประเดิมใช้ใน NEVO Q06







