ปรากฏการณ์ KMITL EXPO 2026 ดึงคนแตะ 1.24 แสน ปลดล็อกวิจัย From Lab to Life สู่ดีลธุรกิจพันล้าน

ปรากฏการณ์ KMITL EXPO 2026 ดึงคนแตะ 1.24 แสน ปลดล็อกวิจัย From Lab to Life สู่ดีลธุรกิจพันล้าน

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) สร้างหมุดหมายสำคัญในวาระครบรอบ 66 ปี ด้วยการจัดงาน “KMITL EXPO 2026 – ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” ซึ่งกลับมาจัดขึ้นอีกครั้งในรอบกว่า 30 ปี ภายใต้แนวคิด “From Lab to Life” ตลอด 6 วันของการจัดงาน มีผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 124,065 คน ตอกย้ำว่าสังคมไทยไม่ได้ต้องการเพียงแค่ชมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ต้องการสัมผัส ทดลอง และเข้าใจการนำนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้จริงในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการสร้างอาชีพและการต่อยอดธุรกิจ

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. ระบุว่า งานนี้ถูกยกระดับให้เป็น “National Innovation Experience Platform” ผ่านการจัดแสดงผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมกว่า 400 ผลงาน แบ่งเป็น 10 พาวิลเลียนหลัก นวัตกรรมเด่นกว่า 100 รายการ และ 140 เวิร์กช็อป ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีอวกาศ พลังงาน สุขภาพและการแพทย์ อาหาร ไปจนถึงสิ่งแวดล้อม พร้อมกิจกรรม KMITL Open House จาก 14 คณะ 3 วิทยาลัย และ 1 วิทยาเขต เพื่อเปิดประตูสู่อาชีพแห่งอนาคตให้กับเยาวชน

3 บทเรียนสำคัญขับเคลื่อนระบบนวัตกรรมประเทศ

บทเรียนที่ 1: นวัตกรรมจะมีคุณค่าเมื่อคนทั่วไป เข้าใจ–เข้าถึง–ทดลองได้ ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีจำเป็นต้องมาพร้อมการออกแบบการสื่อสารและประสบการณ์ที่ลดช่องว่างระหว่างนักวิจัยกับผู้ใช้ การเปิดพื้นที่ให้ลงมือปฏิบัติจริงช่วยเปลี่ยนองค์ความรู้ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นประโยชน์ที่จับต้องได้

บทเรียนที่ 2: การพัฒนากำลังคนต้องเริ่มก่อนระดับมหาวิทยาลัย การสร้างทักษะเพื่อการแข่งขันระดับประเทศไม่สามารถรอจนถึงระดับอุดมศึกษา สถาบันการศึกษาต้องทำหน้าที่เป็นประตูบานแรกที่จุดประกายความสนใจให้เยาวชนเห็นภาพอนาคตของตนเองในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งด้าน AI เซมิคอนดักเตอร์ และอวกาศ

บทเรียนที่ 3: คอขวดของงานวิจัยไทยคือการขาดเส้นทางไปสู่การใช้งานจริง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนไอเดียหรือผลงานต้นแบบ แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงงานวิจัยเข้ากับโจทย์ของภาคอุตสาหกรรม เงินทุน พื้นที่ทดลอง และตลาด เพื่อพิสูจน์ว่าผลงานสามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ หรือสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริง

ส่อง 3 ไฮไลต์เทคโนโลยีเชื่อมอนาคตโลก

Moon Village: โครงการศึกษาต้นแบบที่อยู่อาศัยบนดวงจันทร์ ซึ่ง สจล. ร่วมมือกับ Harbin Institute of Technology (HIT) จากประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการวิจัยโครงสร้างพื้นฐาน วัสดุขั้นสูง ระบบวิศวกรรม และการดำรงชีวิตภายใต้สภาวะสุดขั้ว ซึ่งองค์ความรู้เหล่านี้สามารถต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติ การสื่อสาร และการบริหารพลังงานบนโลก พร้อมหนุนบทบาทไทยในเศรษฐกิจอวกาศ

Tokai Challenger 2019: ยานยนต์พลังงานแสงอาทิตย์จากมหาวิทยาลัยโทไก ประเทศญี่ปุ่น ที่สะท้อนการเดินทางคาร์บอนต่ำผ่านการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ การลดน้ำหนักโครงสร้าง และระบบกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้กับนักวิจัยไทยในการพัฒนาระบบขนส่งที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ

Longevity Economy: การประชุม LONGEVITY ECONOMIC FORUM 2026 รับมือโครงสร้างสังคมสูงวัย โดยขยายมุมมองจากเพียงการรักษาโรคไปสู่การสร้างระบบเศรษฐกิจและเทคโนโลยีสุขภาพครบวงจร พร้อมผสานความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดีย ด้านการแพทย์อายุรเวท การแพทย์แผนไทย และการมีสุขภาพดีในวัยยืน เพื่อยกระดับบริการสุขภาพมูลค่าสูง

จับคู่ธุรกิจทะลุ 1,000 ล้านบาท หนุนงานวิจัยสู่ตลาดจริง

นอกจากการแสดงเทคโนโลยี KMITL EXPO 2026 ยังผลักดันการต่อยอดเชิงพาณิชย์ผ่านเวที Business Matching โดยเกิดความร่วมมือระหว่าง สจล. กับ 5 องค์กรชั้นนำ ได้แก่ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย, สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ, บริษัท วู่หลิง ไทยแลนด์ จำกัด, บริษัท โอ๊คลิน (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เอส.ดับบลิว.เค อินดัสเทรียล จำกัด ส่งผลให้เกิดมูลค่าการจับคู่ธุรกิจและโอกาสการลงทุนรวมกว่า 1,000 ล้านบาท มุ่งเน้นในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การจัดการพลังงาน และการจัดการขยะรีไซเคิล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการพาผลงานจากห้องปฏิบัติการออกสู่ระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริง

AIS เปิดเวที AIS ACADEMY for THAIs 2026 กางโรดแมป 3 การเปลี่ยนผ่าน เร่งคน-องค์กร-ประเทศ ปลดล็อกพลัง AI สร้างผลลัพธ์จริง