เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 500 ล้าน ปักหมุดแลนด์มาร์คเคาท์ดาวน์โลก ดัน “เซ็นทรัลเวิลด์” ยืนหนึ่งจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยว

เซ็นทรัลพัฒนา ทุ่ม 500 ล้าน ปักหมุดแลนด์มาร์คเคาท์ดาวน์โลก ดัน "เซ็นทรัลเวิลด์" ยืนหนึ่งจุดหมายปลายทางนักท่องเที่ยว

เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ช่วงโค้งสุดท้ายของปี ยืนยันความพร้อมจัดงานเคาท์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ใน 13 สาขาทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่ “เซ็นทรัลเวิลด์” ซึ่งถูกยกให้เป็นแลนด์มาร์คความบันเทิงระดับโลกเทียบชั้นไทมส์สแควร์ ด้วยงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท มุ่งสร้างประสบการณ์ความบันเทิงเต็มรูปแบบตั้งแต่วงดนตรี แสงสีเสียง ไปจนถึงจอพานอรามิกขนาดใหญ่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจไทย

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า การตกแต่งแลนด์มาร์คคริสต์มาสช่วยดึงดูดผู้ใช้บริการ (Traffic) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในภาพรวมทุกศูนย์การค้าทราฟฟิกเพิ่มขึ้น 10-15% ขณะที่เซ็นทรัลเวิลด์พุ่งสูงถึง 20-25% หรือประมาณ 2 แสนคนต่อวัน สอดคล้องกับข้อมูลจาก Grab ที่ระบุว่าเซ็นทรัลเวิลด์ครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางระดับโลก สะท้อนให้เห็นว่า “Experience Marketing” และการตกแต่งสถานที่ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ได้ผลในการดึงคนออกมาใช้ชีวิต แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจก็ตาม

ปรับพอร์ตนักท่องเที่ยว ชูความหลากหลายทดแทนตลาดจีน

แม้กลุ่มนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ (Mainland China) ยังไม่กลับมาเต็ม 100% แต่เซ็นทรัลได้ปรับกลยุทธ์เน้นความหลากหลายของพอร์ตลูกค้า (Portfolio Mix) โดยมีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง ไต้หวัน มาเลเซีย และสิงคโปร์ เข้ามาทดแทน รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) จากอังกฤษและอเมริกาที่เดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 1 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งกลุ่มนี้ถือเป็น “Quality Traffic” ที่มีกำลังซื้อสูงและช่วยพยุงภาพรวมธุรกิจค้าปลีกให้ยังคงเติบโตได้

เจาะ Catchment ใหม่ และการรีโนเวทครั้งใหญ่

สำหรับแผนงานในปีหน้า เซ็นทรัลพัฒนาเตรียมเปิดสาขาใหม่ที่นครปฐมและนครสวรรค์ รวมถึงการรีโนเวทศูนย์การค้าเดิม เช่น รัตนาธิเบศร์, บางนา, ปิ่นเกล้า และเชียงใหม่ แอร์พอร์ต เพื่ออัปเกรดพื้นที่ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ “ขี้เบื่อ” โดยจะเน้นการทำ “Segmented Events” เจาะกลุ่มความสนใจเฉพาะด้านมากขึ้น เช่น กลุ่มแคมป์ปิ้ง, กีฬากอล์ฟ และคอมมูนิตี้กาแฟ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการที่สาขา (On-site) มากกว่าการช้อปปิ้งออนไลน์

ในมุมมองด้านเศรษฐกิจ ดร.ณัฐกิตติ์ มองว่าปีหน้าสถานการณ์ยังอยู่ในลักษณะ “ทรงตัว” ปัจจัยสำคัญคือความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ในการผลักดันงบประมาณภาครัฐ โดยฝากประเด็นสำคัญคือการแก้ไขปัญหา “หนี้ครัวเรือน” ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ของการบริโภคในประเทศ พร้อมเสนอให้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น “ช้อปดีมีคืน” หรือมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย เพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้

MBK คว้าเรตติ้งระดับสูงสุด AAA หุ้นยั่งยืน SET ESG Rating 2025 ยกระดับการดำเนินธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน

Scroll to Top