กลุ่มบริษัทเอมิเรตส์ (Emirates Group) ประกาศผลประกอบการประจำปีงบประมาณ 2025-2026 (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569) สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการทำกำไร รายได้ และสถานะเงินสดสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความท้าทายและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในช่วงปลายปีงบประมาณ
สรุปตัวเลขทางการเงินที่สำคัญของกลุ่มบริษัทเอมิเรตส์:
- กำไรสุทธิก่อนหักภาษี (PBT): 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 7% อัตรากำไรอยู่ที่ 16.2%)
- รายได้รวม: 4.10 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 3%)
- สินทรัพย์เงินสด: 1.62 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 12%)
- EBITDA: 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง
เจาะผลงาน “สายการบินเอมิเรตส์” แชมป์ทำกำไรระดับโลก
หากพิจารณาเฉพาะส่วนของ สายการบินเอมิเรตส์ (Emirates airline) ยังคงครองตำแหน่งสายการบินที่ทำกำไรสูงที่สุดในโลก โดยมีกำไรก่อนหักภาษี (PBT) พุ่งสูงถึง 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 7%) และมีรายได้รวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3.57 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่สินทรัพย์เงินสดอยู่ที่ 1.50 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ชีค อาห์เหม็ด บิน ซาอีด อัล มักตูม ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอมิเรตส์ เปิดเผยว่า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้ตอกย้ำถึงความมั่นคงและความยืดหยุ่นของโมเดลธุรกิจที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความปลอดภัย ความเป็นเลิศ และนวัตกรรม โดยในปีงบประมาณนี้ กลุ่มบริษัทได้อัดฉีดเม็ดเงินลงทุนรวมกว่า 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเครื่องบินรุ่นใหม่ เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว
กางแผนขยายฝูงบิน-เครือข่ายบินทั่วโลก
ตลอดปีที่ผ่านมา เอมิเรตส์ได้ขยายเส้นทางบินครอบคลุม 152 เมือง ใน 80 ประเทศทั่วโลก โดยเปิด 4 จุดหมายปลายทางใหม่ ได้แก่ ดานัง, หางโจว, เสียมราฐ และเซินเจิ้น พร้อมทำข้อตกลง Codeshare ร่วมกับพันธมิตร 32 ราย และพันธมิตรเชื่อมต่อเที่ยวบิน (Interline) อีก 117 ราย ทำให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อได้มากกว่า 1,700 เมือง
ด้านการพัฒนาฝูงบิน สายการบินได้รับมอบเครื่องบิน Airbus A350 เพิ่มเติมอีก 15 ลำ (รวมเป็น 19 ลำในปัจจุบัน) เพื่อนำเสนอห้องโดยสาร Premium Economy Class และระบบความบันเทิงรุ่นล่าสุด นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการปรับปรุงห้องโดยสารครั้งใหญ่มูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปรับปรุงเสร็จสิ้นแล้ว 91 ลำ
ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและการเดินทางที่เท่าเทียม
เอมิเรตส์มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือชั้น โดยจับมือกับ Starlink ติดตั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนเครื่องบิน ซึ่งเปิดให้บริการแล้วบนเครื่องบิน 21 ลำ และมีแผนขยายให้ครอบคลุมทั้งฝูงบิน
นอกจากนี้ ยังเปิดตัว “Accessible and Inclusive Travel Hub” บนเว็บไซต์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่มีความต้องการหลากหลาย พร้อมจัดกิจกรรมจำลองขั้นตอนการเดินทาง (Travel Rehearsals) ณ สนามบินทั่วโลก รวมถึงเตรียมอุปกรณ์ช่วยด้านประสาทสัมผัสบนเที่ยวบิน เพื่อลดความกังวลในการเดินทางสำหรับเด็กออทิสติกและครอบครัว
Emirates SkyCargo โตต่อเนื่อง ปักหมุดเพิ่มเส้นทาง “กรุงเทพฯ”
ด้านธุรกิจขนส่งสินค้า Emirates SkyCargo ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยยอดขนส่งสินค้ารวม 2.4 ล้านตันทั่วโลก (เพิ่มขึ้น 3%) พร้อมขยายเครือข่ายเครื่องบินขนส่งสินค้า (Freighter) ครอบคลุม 44 จุดหมายปลายทาง โดยเพิ่มเส้นทางบินใหม่มายัง กรุงเทพมหานคร, บูดาเปสต์, ลีแยฌ และโตเกียว (นาริตะ) เพื่อรองรับดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้น
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในปี 2026 – 2027 ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเชื่อมั่นว่า ปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง และดูไบจะยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญของการค้าและการเดินทางของโลกอย่างเหนียวแน่น







