MILKLAB แบรนด์นมแพลนต์เบสพรีเมียมจากออสเตรเลีย ประกาศรุกตลาดประเทศไทย เผยกลยุทธ์ “Collaboration & Community” มุ่งสร้างเครือข่ายบาริสต้าและพันธมิตรทางธุรกิจ B2B ตั้งเป้าสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ให้ครอบคลุม 100% ของกลุ่มผู้บริโภคนมทางเลือกภายในปีนี้
เทรนด์การบริโภคกาแฟในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพและรสชาติที่พิถีพิถันมากขึ้น โดยเฉพาะการเติบโตของวัฒนธรรม Specialty Coffee ที่เปิดรับ “นมทางเลือก” (Plant-based Milk) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเมนูสำคัญ ส่งผลให้ MILKLAB เล็งเห็นโอกาสทองในการขยายฐานธุรกิจในไทยอย่างจริงจัง
จากออสเตรเลียสู่ไทย: นมที่เกิดมาเพื่อกาแฟโดยเฉพาะ
ไมเคิล เพริช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นูมิ ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญที่ทำให้ MILKLAB แตกต่างจากคู่แข่งคือ การเป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมาร่วมกับบาริสต้า (Co-created with Baristas) เพื่อให้ได้นมที่ดึงรสชาติกาแฟออกมาได้ดีที่สุด ทั้งในเมนูร้อนและเย็น โดยปัจจุบัน MILKLAB มีวางจำหน่ายแล้วกว่า 24 ประเทศทั่วโลก
สำหรับในประเทศไทยมีการนำเข้ามาถึง 5 สูตร ได้แก่ อัลมอนด์ (ยอดนิยมอันดับ 1), โอ๊ต, มะพร้าว, ถั่วเหลือง และแมคคาเดเมีย ซึ่งทั้งหมดผลิตและนำเข้าจากออสเตรเลีย

กลยุทธ์ B2B และการสร้าง Community คือหัวใจหลัก
MILKLAB เลือกใช้กลยุทธ์การทำตลาดแบบค่อยเป็นค่อยไปแต่ยั่งยืน โดยเน้นหนักไปที่กลุ่มธุรกิจ B2B หรือร้านกาแฟเป็นหลัก ปัจจุบัน MILKLAB มีวางจำหน่ายในร้านกาแฟกว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ ทั้งเชนระดับโลกและร้าน Specialty Coffee ท้องถิ่น
เซิร์จ คอสติ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาดต่างประเทศ บริษัท นูมิ ลิมิเต็ด เสริมว่า กลยุทธ์หลักคือการสร้างคอมมูนิตี้บาริสต้า เพราะบาริสต้าคือ “Gatekeeper” หรือผู้ส่งต่อรสชาติที่ดีที่สุดถึงมือลูกค้า MILKLAB จึงเน้นการสนับสนุนผ่านการจัดกิจกรรม Network, การแข่งขัน Latte Art และการเวิร์กชอปให้ความรู้ ตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงความร่วมมือกับแชมป์บาริสต้าโลก เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ที่เป็นที่รักของคนในวงการกาแฟ
ตลาดไทยโตแรง มั่นใจศักยภาพนมพรีเมียม
แม้ภาพรวมตลาดนมแพลนต์เบสในไทยจะโตเฉลี่ยปีละ 5% แต่ MILKLAB เผยว่ายอดขายของแบรนด์ในไทยเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอย่างมาก โดยในปี 2026 นี้ คาดการณ์ว่าธุรกิจจะเติบโตขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำหรับการแข่งขันในตลาดพรีเมียม MILKLAB มั่นใจในตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) ที่ชัดเจน โดยวางตัวเป็นส่วนประกอบสำคัญของกาแฟ (Coffee Ingredient) มากกว่าจะเป็นแค่นมทางเลือกทั่วไป
นอกจากนี้ยังได้จับมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง Aroma Group ในการกระจายสินค้าเข้าสู่ช่องทางร้านกาแฟ และคัดเลือกวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมเท่านั้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ทำกาแฟดื่มเองที่บ้าน (Home Barista)
เป้าหมาย 100% Brand Awareness ผ่านดิจิทัลและประสบการณ์ใหม่
MILKLAB ตั้งเป้าเพิ่มการรับรู้แบรนด์จากปัจจุบันที่ 20% ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคนมแพลนต์เบสทุกคนในไทย ผ่านการเล้นเรื่องราว (Storytelling) บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งมียอด Reach สูงถึง 10 ล้านครั้งต่อเดือน รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มากกว่าแค่เครื่องดื่ม เช่น การจัด Music Party และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน





