ยักษ์ใหญ่แห่งวงการสปอร์ตแวร์อย่าง Nike กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ หลังราคาหุ้นร่วงลงหนักราว 3% ถึง 6% ในการซื้อขายล่วงหน้านอกเวลาทำการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทันทีที่บริษัทเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบการเงินที่ไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง พร้อมประกาศเดินหน้าแผนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ที่จะนำไปสู่การปลดพนักงานเพิ่มเติมเริ่มตั้งแต่ปี 2027
ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาสแรก รายได้ของ Nike ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.121 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 1.132–1.133 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่กำไรสุทธิลดลง 2% อยู่ที่ 712 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 0.48 ดอลลาร์สหรัฐ แม้จะสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ (0.43 ดอลลาร์สหรัฐ) เล็กน้อย แต่ก็ยังปรับลดลงจาก 0.49 ดอลลาร์สหรัฐในปีก่อนหน้า ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพิ่มขึ้น 60 จุดพื้นฐานมาอยู่ที่ 42.8% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เล็กน้อย
ต้นตอสำคัญที่ฉุดรายได้ของแบรนด์ลงมาจากตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ (Greater China) ที่รายได้ร่วงลงอย่างหนักถึง 26% สอดคล้องกับกลุ่มสินค้า Sportswear ซึ่งสร้างรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของไตรมาส แต่กลับมีรายได้ลดลงในระดับเลขสองหลัก สะท้อนว่าสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์กำลังขาดแรงกระตุ้นและความคึกคัก แม้ว่ายอดขายในภูมิภาคอเมริกาเหนือจะยังรักษาระดับไว้ได้ที่ 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 5.11 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐก็ตาม
Elliott Hill ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nike ชี้แจงต่อนักวิเคราะห์ว่า กลุ่มธุรกิจ Performance ยังไม่ใหญ่พอที่จะชดเชยแรงกดดันที่เกิดขึ้นในกลุ่ม Nike Sportswear, Jordan Brand และตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ โดยผู้บริโภคกำลังระมัดระวังการใช้จ่ายจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาค ทั้งปัญหาเงินเฟ้อและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม Nike จำเป็นต้องเร่งเติมความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ให้กับกลุ่ม Sportswear อย่างเร่งด่วน
เพื่อวางรากฐานการเติบโตระยะยาว Nike ได้เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างองค์กรภายใต้ชื่อ “Pace” โดยเตรียมปรับโครงสร้างการบริหารออกเป็น 3 ภูมิภาค ได้แก่ ทวีปอเมริกา (Americas), เอเชียแปซิฟิกและจีนแผ่นดินใหญ่ (Asia Pacific and Greater China) และยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (Europe, the Middle East and Africa) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบซัพพลายเชนให้ทันสมัย รวมถึงการสร้างแคมปัสแห่งใหม่ในประเทศอินเดีย
ยุทธศาสตร์ Pace คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ราว 2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไปจนถึงปีงบการเงิน 2031 แต่การปรับเปลี่ยนนี้จะส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง 15 เซนต์ต่อหุ้นในงบการเงินปี 2027 และจะนำไปสู่การลดจำนวนตำแหน่งงานเริ่มตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นการประกาศปรับลดพนักงานรอบที่สามในปีนี้ของบริษัท โดย Hill ได้ส่งจดหมายถึงพนักงานยอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะสร้างความไม่แน่นอน แต่ถือเป็นก้าวจำเป็นเพื่อปรับกระบวนการตัดสินใจให้รวดเร็วและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
สำหรับแนวโน้มในอนาคต Nike คาดการณ์ว่ารายได้ตลอดทั้งปีงบการเงิน 2027 จะลดลงในอัตราร้อยละระดับเลขหลักเดียวช่วงปลาย (High-single digit) และคาดการณ์กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วจะอยู่ระหว่าง 1.15 ถึง 1.35 ดอลลาร์สหรัฐ โดยหุ้นของบริษัทร่วงลงไปแล้วมากกว่า 40% ในปีนี้ และเพิ่งหลุดจากดัชนี S&P 100 หลังจากอยู่มานานเกือบสองทศวรรษ สะท้อนถึงภารกิจฟื้นฟูกิจการของทีมบริหารที่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน





