แกร็บ (Grab) เปิดเผยผลสำเร็จของโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม
ข้อมูลจากแกร็บระบุว่า ยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากโครงการคนละครึ่งพลัสเติบโตแบบก้าวกระโดดจนสามารถทำลายสถิติ ทะลุ 1 ล้านออเดอร์ ได้อย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เริ่มโครงการ นอกจากจะกระตุ้นการบริโภคแล้ว โครงการนี้ยังเป็นแรงหนุนสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้มากถึง เฉลี่ย 3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ โดยร้านที่มียอดขายดีที่สุดมีอัตราการเติบโตสูงถึง 18 เท่า เลยทีเดียว ซึ่งส่งผลดีต่อร้านค้าขนาดเล็กและร้านสตรีตฟู้ดที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นกว่า 50%
อินไซต์น่าสนใจจากพฤติกรรมผู้บริโภค:
- มื้อเที่ยงคือช่วงเวลาทอง: ผู้บริโภคนิยมใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสสั่งอาหารในช่วงมื้อกลางวันมากที่สุด โดยเฉพาะระหว่างเวลา 11.00 – 12.00 น.
- ยอดสั่งเฉลี่ย: มูลค่าการสั่งอาหารเฉลี่ยต่อออเดอร์อยู่ที่ประมาณ 80 – 120 บาท
- เมนูยอดฮิต: อาหารจานเดียวครองแชมป์ โดยมี ส้มตำ ก๋วยเตี๋ยว และไก่ทอด เป็นเมนูยอดนิยมสูงสุด ขณะที่เครื่องดื่ม ชาไทย ยังคงเป็นอันดับหนึ่ง
- ความถี่ในการสั่งเพิ่มขึ้น: พบว่าความถี่ในการสั่งอาหารเดลิเวอรีต่อวันเพิ่มขึ้น โดยมีผู้สั่งอาหารตั้งแต่ 2 ออเดอร์ต่อวันขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงปกติ
- แชมป์การใช้งาน: 5 จังหวัดที่มีการสั่งอาหารเดลิเวอรีผ่านโครงการคนละครึ่งพลัสมากที่สุดคือ กรุงเทพฯ (ครองแชมป์) ตามมาด้วย ชลบุรี ขอนแก่น โคราช และเชียงใหม่
จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งพลัสได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทั้งจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยแกร็บได้ร่วมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่ด้วยการเสนอสิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิ การคิดค่า GP ในอัตราพิเศษเพียง 7% จัดส่งฟรี 5 กิโลเมตร และมอบส่วนลดสูงสุดถึง 3,000 บาทสำหรับผู้บริโภคที่สั่งอาหารผ่านโครงการฯ
“ตัวเลขยอดสั่งอาหารกว่า 1 ล้านออเดอร์ และยอดขายร้านค้าที่เติบโตขึ้นกว่า 3 เท่า เป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนถึงความสำเร็จของนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล” นางสาวจันต์สุดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ไม่เพียงแต่ร้านค้าเท่านั้น แต่โครงการนี้ยังส่งผลบวกต่อคนในอีโคซิสเต็มอย่าง ไรเดอร์ผู้จัดส่งอาหาร ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้นถึง 13% นับตั้งแต่เริ่มโครงการ และยังส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอย่างผู้ผลิตและจัดจำหน่ายวัตถุดิบด้วย
แกร็บยืนยันความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสนับสนุนโครงการคนละครึ่งพลัสในเฟสต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหภาคและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในภาวะความท้าทายทางเศรษฐกิจปัจจุบัน
–AIS ผนึก Singtel Group เปิด ‘สะพาน’ เชื่อม SMEs ไทย สู่ตลาดโลกด้วย “Innov8Sparks 2025”







