คลังปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 68 โต 2.2% ชี้ส่งออก-บริโภคแกร่ง แต่หวั่นพิษภาษีสหรัฐฯ ครึ่งปีหลัง

คลังอัพเป้า GDP ไทยปี 68 โต 2.2%

กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2568 เป็นขยายตัวที่ 2.2% จากเดิมคาด 2.1% ชี้ชัดปัจจัยหนุนมาจากการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวดีกว่าคาด ประกอบกับการบริโภคในประเทศที่ยังแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความท้าทายจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจกระทบการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง

นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2568 ว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ดีขึ้น โดยปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตมาอยู่ที่ร้อยละ 2.2 ต่อปี (ช่วงคาดการณ์ 1.7% ถึง 2.7%)

เจาะลึกปัจจัยบวกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

สศค. ระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการฟื้นตัวในหลายมิติ ดังนี้:

  • การส่งออกสินค้า: คาดว่าจะขยายตัวสูงถึง ร้อยละ 5.5 (ปรับขึ้นจากเดิมที่ 2.3%) เนื่องจากประเทศคู่ค้าเร่งนำเข้าสินค้าในครึ่งปีแรก
  • การบริโภคภาคเอกชน: เติบโตต่อเนื่องที่ ร้อยละ 3.1 สะท้อนจากกำลังซื้อในประเทศที่ยังแข็งแกร่ง เห็นได้จากตัวเลขภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวติดต่อกัน 9 ไตรมาส
  • การลงทุนภาคเอกชน: กลับมาขยายตัวที่ ร้อยละ 3.0 (ปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.4%) โดยได้แรงหนุนจากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กว่า 1 ล้านล้านบาท
  • การผลิตภาคอุตสาหกรรม: พลิกกลับมาขยายตัวที่ ร้อยละ 1.2 (จากปีก่อนหน้าที่หดตัว) โดยเฉพาะการผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

ความท้าทายใหญ่ครึ่งปีหลัง และมาตรการรับมือ

แม้ภาพรวมครึ่งปีแรกจะสดใส แต่โฆษกกระทรวงการคลังย้ำว่า เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญความท้าทายในช่วงครึ่งปีหลังจากผลกระทบของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งกระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการบรรเทาผลกระทบไว้แล้ว ทั้งแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อช่วยเหลือภาคการส่งออก และมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษผ่านสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SMEs

สำหรับประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ประเมินว่าผลกระทบมีจำกัดในพื้นที่ชายแดน และได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบแล้ว

5 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด

ในระยะต่อไป กระทรวงการคลังแนะให้ติดตาม 5 ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย ได้แก่:

  1. นโยบายภาษีของสหรัฐฯ และผลกระทบจากการไหลเข้าของสินค้าจากประเทศอื่น
  2. ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
  3. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
  4. ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
  5. การย้ายฐานการลงทุนและการผลิตของอุตสาหกรรมต่างๆ

Scroll to Top