แบงก์ชาติเผยเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค. 68 ชะลอตัวเล็กน้อย จับตาการท่องเที่ยวและการส่งออก

แบงก์ชาติเผยเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค. 68 ชะลอตัวเล็กน้อย จับตาการท่องเที่ยวและการส่งออก

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนางสาวปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค และนางสาววิภาวิน พรหมบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ได้แถลงภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือนพฤษภาคม 2568 โดยระบุว่าเศรษฐกิจไทยชะลอตัวลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า

ภาพรวมเศรษฐกิจเดือนพฤษภาคม 2568

การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในเดือนพฤษภาคม 2568 มีสาเหตุหลักมาจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการบางส่วนเร่งผลิตเพื่อเติมสินค้าคงคลังไปแล้วในเดือนก่อนหน้า รวมถึงภาคบริการที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายรับจากการท่องเที่ยวที่ลดลงตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ

นอกจากนี้ การลงทุนภาคเอกชนก็ปรับลดลงเช่นกัน สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐนั้นหดตัวลงทั้งจากรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง ซึ่งเป็นผลจากฐานที่สูงในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายภาครัฐยังคงขยายตัวเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต

ในด้านการบริโภคภาคเอกชนพบว่าทรงตัว ขณะที่มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำปรับเพิ่มขึ้น ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงจากเดือนก่อนหน้า โดยมีสาเหตุจากหมวดอาหารสด ส่วนอัตราเงินเฟ้อหมวดพลังงานติดลบใกล้เคียงกับเดือนก่อน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามราคาอาหารสำเร็จรูป

ตลาดแรงงานในเดือนพฤษภาคม 2568 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อน โดยจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 เพิ่มขึ้น และสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานรวมและรายใหม่ปรับลดลง สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลบริการ รายได้ และเงินโอน แต่ขาดดุลลดลงจากเดือนก่อนตามดุลการค้าที่กลับมาเกินดุล ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 ปรับแข็งค่าขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากพัฒนาการเชิงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวดีขึ้น

แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ธปท. ประเมินว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมมีแนวโน้มชะลอลงตามแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก อย่างไรก็ดี การผลิตในภาคยานยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์นั่ง มีสัญญาณการปรับตัวดีขึ้น

ปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะข้างหน้าประกอบด้วย:

  • นโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก
  • พัฒนาการของภาคการท่องเที่ยว
  • การปรับตัวของภาคธุรกิจที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
  • ความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และปัจจัยภายในประเทศ

บริการ “ทางรัฐ” อำนวยความสะดวกประชาชน

ในโอกาสเดียวกันนี้ ธปท. ยังได้นำเสนอ “บริการขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ” ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป บริการนี้ช่วยให้ประชาชนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ใช้น้ำ-ไฟ และลงทะเบียนยืนยันตัวตนในแอปฯ “ทางรัฐ” สามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟย้อนหลัง 6 เดือนได้ในที่เดียวอย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประกอบการสมัครขอสินเชื่อได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมการจ่ายที่ดีและมีวินัย

ทั้งนี้ มีผู้ให้บริการสินเชื่อทั้งจากกลุ่ม Non-bank และธนาคารพาณิชย์หลายแห่งที่พร้อมรับเอกสารประวัติฯ ดังกล่าว อาทิ เงินดีดี, เธียรสุรัตน์ ลีสซิ่ง, พี.ซี.ทาวเวอร์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้, โช สมาร์ท เทค, นนิทซ์, สบาย ลีสซิ่ง, ธนาคารทิสโก้, ชูเกียรติ พร็อพเพอร์ตี้, บิ๊ก มันนี่ พลัส, ฟอร์ท สมาร์ท แคปปิตอล, แรบบิท แคช และ ฮิวแมนเชส แคปปิตอล และจะทยอยมีผู้ให้บริการอื่น ๆ เข้าร่วมเพิ่มเติมในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2568 รวมถึงปี 2569

เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกปี 2568: ภาพรวมการฟื้นตัวที่เปราะบางและความท้าทายจากเวทีการค้าโลก

Scroll to Top