ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รมตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานเปิดโครงการ SPACE-F Batch 7 เร่งเครื่องสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอาหาร (Food-Tech) สู่ระดับสากล พร้อมประกาศยกระดับ “Wellness Economy” เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก (New Growth Engine) เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและนวัตกรรมจากทั่วโลกเข้าสู่ประเทศไทย
ศ.ดร. ยศชนัน เปิดเผยว่า ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดึงดูดให้บริษัทนวัตกรรมและสตาร์ทอัพชั้นนำเลือกไทยเป็นฐานที่มั่น ซึ่ง “อาหาร” คือจุดแข็งและเสน่ห์ดึงดูดที่สุด โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมมาไขความลับ “รสชาติไทย” (Thai Authentic Taste) ลงในอาหารแห่งอนาคต (Future Food) หรือโปรตีนทางเลือก เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านโภชนาการและรสชาติที่ผู้บริโภคยอมรับได้จริง
ปั้น Ecosystem ครบวงจร เชื่อมโยงสตาร์ทอัพกับยักษ์ใหญ่และ VC
เป้าหมายของ SPACE-F ในปีนี้คือการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่สมบูรณ์ โดยเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพทั้งในโปรแกรม Accelerator และ Incubator ได้ทำงานร่วมกับบริษัทอุตสาหกรรมอาหารชั้นนำระดับโลก เช่น Thai Union, ThaiBev และ Nestle รวมถึงเครือข่าย Venture Capital (VC) และ Angel Fund จากทั้งไทยและต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนในระดับ Series A และ B
รมว.อว. ย้ำว่า รูปแบบความร่วมมือจะมีทั้งการทำ Joint Venture การร่วมพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา (IP) หรือแม้แต่การเข้าซื้อกิจการ (Exit Strategy) ซึ่งจะช่วยให้สตาร์ทอัพไทยและต่างชาติเติบโตได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้ NIA และมหาวิทยาลัยมหิดล จัดโปรแกรม Pre-incubator เพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ให้มีความพร้อมก่อนเข้าสู่โปรแกรมระดับโลก
ชู Wellness Economy และ Food Security รับมือวิกฤตโลก
รัฐบาลไทยเตรียมผลักดันโครงการภายใต้ร่มของ “Wellness Economy” เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและนวัตกรรม โดยไม่จำกัดเพียงแค่ธุรกิจอาหาร แต่รวมถึงเทคโนโลยี AI, ซอฟต์แวร์ และการบริการที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังเน้นการนำวัตถุดิบคุณภาพสูงจากท้องถิ่น (GI Products) และความหลากหลายทางชีวภาพของไทยมาใช้ทดแทนวัตถุดิบนำเข้า เพื่อลดต้นทุนและสร้างเอกลักษณ์ให้ผลิตภัณฑ์
ในมิติด้านสังคม รมว.อว. มองว่าท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทั่วโลก “ความมั่นคงทางอาหาร” (Food Security) และ “ความมั่นคงทางโภชนาการ” (Nutrition Security) คือโอกาสสำคัญที่สตาร์ทอัพใน SPACE-F จะได้สร้างนวัตกรรมเพื่อช่วยมวลมนุษยชาติ
ยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ เตรียมนำผลิตภัณฑ์เสิร์ฟโต๊ะ ครม.
เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงศักยภาพของ Food-Tech ไทย ศ.ดร. ยศชนัน มีแผนที่จะนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากสตาร์ทอัพในโครงการ เข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้ทดลองชิม เป็นการยืนยันว่าเทคโนโลยีอาหารสามารถเดินหน้าควบคู่ไปกับรสชาติที่ยอดเยี่ยม และพร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
–อว. ผนึกกำลังยักษ์ใหญ่เปิดตัว SPACE-F รุ่น 7 ดันไทยขึ้นแท่น FoodTech Hub โลก







