โครงการ “1 อำเภอ 1 ทุนการศึกษา” หรือ ODOS คือการเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้สัมผัสประสบการณ์การศึกษาในต่างประเทศ ที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่การเรียนในห้องเรียน แต่เป็นการสร้าง Portfolio ผ่านการเรียนรู้ที่เด็กๆ กำหนดเองได้ โดยในรุ่นที่ 2 มีการวางเป้าหมายยกระดับเนื้อหาให้ทันสมัยด้วยหลักสูตร Quantum, AI และ Coding ในเชิงประยุกต์ใช้จริง เพื่อให้เยาวชนเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจและเทคโนโลยี
ทำไม ODOS คือโครงการที่ ‘ใช่’ และควรไปต่อ
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดเผยว่า ODOS แก้โจทย์ใหญ่เรื่องความเหลื่อมล้ำด้วยการใช้กลยุทธ์ Area-based หรือการคัดเลือกตัวแทนที่เก่งที่สุดภายในอำเภอของตนเอง วิธีนี้ช่วยทลายกำแพงความเสียเปรียบของเด็กในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องแข่งกับเด็กในเมืองใหญ่
จากการแข่งขันที่สูงถึง 40,000 คน จนได้ตัวจริง 928 คน ครอบคลุม 887 อำเภอ และ 50 เขตใน กทม. พิสูจน์ให้เห็นว่า “ทุนนี้ไม่ใช่สำหรับกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง” แต่เป็นทุนสำหรับเด็กที่มีความตั้งใจจากทั่วทุกภูมิภาค ขอแค่เก่งที่สุดในอำเภอก็มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกแล้ว
แม้ในบางพื้นที่ที่ยังไม่มีผู้ผ่านเกณฑ์เนื่องจากข้อจำกัดด้านเอกสาร ก็ถือเป็นโจทย์สำคัญที่โครงการจะนำไปปรับปรุงเพื่อเข้าถึงเด็กกลุ่มนี้ในรุ่นถัดไป
นอกจากนี้ การเตรียมมอบใบประกาศนียบัตร (Certificate) แบบ 100% เพื่อใช้เทียบโอนหน่วยกิต ยังเป็นหลักประกันว่าประสบการณ์ครั้งนี้จะสามารถนำไปต่อยอดในการศึกษาต่อได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ควรได้รับการผลักดันอย่างต่อเนื่อง
เปิดงบประมาณและความโปร่งใส
ความโดดเด่นที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับโครงการนี้คือ ความโปร่งใส ที่ประชาชนและตัวเด็กเองสามารถตรวจสอบได้จริง ผ่านช่องทางการสื่อสารยุคใหม่อย่าง Discord โดยมีประเด็นหลักที่น่าสนใจดังนี้:
- การจัดการงบประมาณ: ใช้การติดต่อโดยตรงกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศและประสานงานผ่านสถานทูต ไม่ผ่านบริษัทตัวแทน (Agency) เพื่อลดขั้นตอนและงบประมาณส่วนเกิน
- ความคุ้มค่า: งบประมาณเฉลี่ย 200,000 บาทต่อคน (รวมประมาณ 180 ล้านบาทต่อรอบ) ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียนตามจริง ค่าที่พัก และค่าประกันสุขภาพ
- การบริหารค่าครองชีพ: มีการจ่ายเบี้ยเลี้ยงรายวัน ในอัตราที่เหมาะสม (75% ของเรท ก.พ. เนื่องจากเป็นหลักสูตรระยะสั้น) และเบิกจ่ายตั๋วเครื่องบินตามจริง
สำหรับ Class of 2026 ได้มีการปรับหลักสูตรให้เข้มข้นขึ้นจาก 16 หลักสูตร เป็น 19 หลักสูตร ครอบคลุมการศึกษาใน 9 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, ฟินแลนด์, ออสเตรเลีย, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ และสิงคโปร์







