ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) ประกาศทิศทางสำคัญในการประชุมสภาเศรษฐกิจโลกปี 2026 (World Economic Forum 2026) เร่งผลักดันความร่วมมือข้ามอุตสาหกรรม ยกระดับการใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างระบบนิเวศพลังงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
โอลิวิเยร์ บลูม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ระบุว่าโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI และพลังงานไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เนื่องจากการประมวลผลมหาศาลของ AI จำเป็นต้องใช้พลังงานสูง ส่งผลให้ความต้องการ “พลังงานอัจฉริยะ” เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทมุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติผ่านการหลอมรวม AI เข้ากับข้อมูลและผู้คน เพื่อสร้างโซลูชันที่ใช้งานได้จริงในทุกภาคส่วน
ความสำเร็จระดับโลกในงาน WEF 2026:
- รางวัลนวัตกรรม AI: ชไนเดอร์ อิเล็คทริค คว้ารางวัลจากโครงการ MINDS (Meaningful, Intelligent, Novel, Deployable Solutions) ของสภาเศรษฐกิจโลก จากความสำเร็จของโซลูชัน EcoStruxure Microgrid Advisor และ Snaplogic Touchscreen Room Controller ที่ใช้ AI สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการบริหารจัดการพลังงาน
- โรงงานอัจฉริยะ Lighthouse แห่งที่ 9: โรงงานในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ได้รับรางวัลความเป็นเลิศด้านบุคลากร (People Excellence) จากเครือข่าย Global Lighthouse โดยเป็น 1 ใน 3 โรงงานทั่วโลกที่ได้รับรางวัลนี้จากการใช้โมเดลบริหารจัดการพนักงานด้วยนวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคต
- กลุ่มพันธมิตรพลังงานใหม่: เฟรเดอริก โกเดอเมล รองประธานบริหารฝ่ายการจัดการพลังงาน เป็นผู้นำการระดมสมองร่วมกับพันธมิตร Bloomberg New Economy Energy Technology Coalition เพื่อเร่งนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับระบบไฟฟ้าทั่วโลกให้มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
- โครงการเพื่อสังคม EDGE Transition: ร่วมมือกับ EDP เปิดตัวโครงการเร่งการเติบโตระดับโลก เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อสังคมในการส่งมอบโซลูชันพลังงานสะอาดในราคาที่เข้าถึงได้ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนที่ขาดแคลนพลังงานอย่างเท่าเทียม
การขับเคลื่อนของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงบทบาทผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและความยั่งยืน โดยใช้เทคโนโลยี AI เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริงเพื่อมวลชนและสิ่งแวดล้อม







