แพทย์ รพ.วิมุต เตือน PM2.5 ทะลวงสมองผ่าน “จมูก-ปอด” เสี่ยงอัลไซเมอร์-พาร์กินสันก่อนวัย

แพทย์ รพ.วิมุต เตือน PM2.5 ทะลวงสมองผ่าน "จมูก-ปอด" เสี่ยงอัลไซเมอร์-พาร์กินสันก่อนวัย

ภัยเงียบจากฝุ่น PM2.5 ไม่ได้หยุดอยู่แค่โรคระบบทางเดินหายใจ แต่กำลังลุกลามถึง “สมอง” อย่างน่ากังวล ล่าสุด นพ.ภีมณพัชญ์ ธนชาญวิศิษฐ์ อายุรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา ศูนย์สมองและระบบประสาท รพ.วิมุต ออกมาแจ้งเตือนคนไทยถึงอันตรายของฝุ่นจิ๋วที่มีอนุภาคเล็กกว่าเส้นผม 20-30 เท่า ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายและทำลายเซลล์สมองได้โดยตรง

2 เส้นทางอันตราย: เมื่อฝุ่นจิ๋วบุกรุกพื้นที่สมอง

ฝุ่น PM2.5 มีความร้ายกาจในการเดินทางเข้าสู่สมองผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือ ผ่านถุงลมปอดซึมเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อลำเลียงไปยังสมอง และอีกเส้นทางที่น่ากลัวคือการแทรกตัวผ่าน “เส้นประสาทรับกลิ่น” บริเวณโพรงจมูกเข้าสู่สมองโดยตรง เมื่อฝุ่นเหล่านี้เข้าสู่พื้นที่สมอง จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและภาวะความเครียดในระดับเซลล์ (Stress Oxidative) ส่งผลให้เซลล์ประสาทถูกทำลายและโครงสร้างสมองเสื่อมลงในระยะยาว

จาก “สมองล้า” สู่ความเสี่ยง “อัลไซเมอร์” ในวัย 40

ผลกระทบระยะสั้นมักมาในรูปแบบอาการสมองล้า (Brain Fog) คิดช้า สมาธิลดลง หรือปวดไมเกรน แต่ที่น่ากังวลกว่าคือผลกระทบระยะยาว นพ.ภีมณพัชญ์ ระบุว่าการได้รับฝุ่นต่อเนื่องจะเร่งให้เกิดภาวะสมองฝ่อเร็วกว่าปกติ จากเดิมที่โรคอัลไซเมอร์หรือพาร์กินสันมักพบในวัย 60-70 ปี แต่อาจเริ่มแสดงอาการได้ตั้งแต่อายุ 40-50 ปี นอกจากนี้ในกลุ่มเด็กเล็กและทารกในครรภ์ ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะสมาธิสั้น (ADHD) และออทิสติก (ASD) ที่สูงขึ้นด้วย

แนะเช็กค่าฝุ่นและปรับไลฟ์สไตล์เซฟสมอง

องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำว่าค่า PM2.5 ไม่ควรเกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หากค่าอากาศอยู่ในระดับสีส้มหรือสีแดง ถือเป็นสัญญาณอันตรายต่อสมองทันที แพทย์จึงแนะนำแนวทางป้องกันดังนี้:

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง: ในวันที่ฝุ่นหนา โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เด็ก และผู้สูงอายุ
  • อุปกรณ์ป้องกัน: สวมหน้ากาก N95 เมื่อต้องออกนอกอาคาร และใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA ภายในบ้าน
  • โภชนาการต้านอักเสบ: เน้นอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผักผลไม้วิตามิน C, E และปลาทะเลที่มีโอเมก้า 3
  • ฟื้นฟูร่างกาย: ออกกำลังกายในร่มสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และงดบุหรี่-แอลกอฮอล์

“เราอาจเลี่ยงฝุ่นไม่ได้ทั้งหมด แต่ผ่อนหนักเป็นเบาได้ หากเริ่มรู้สึกสมองล้า คิดช้า หรือปวดหัวบ่อยผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กและดูแลสุขภาพสมองตั้งแต่เนิ่นๆ” นพ.ภีมณพัชญ์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่ต้องการปรึกษาเรื่องสุขภาพสมอง สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 6 รพ.วิมุต หรือผ่าน ViMUT Application

LINE จับมือ อย. ยกระดับความปลอดภัยสินค้าสุขภาพออนไลน์ หนุนผู้ประกอบการชุมชนสู่ตลาดดิจิทัล

Scroll to Top