สถานการณ์โรคมะเร็งทั่วโลกกำลังทวีความรุนแรงและกดดันระบบสาธารณสุขอย่างหนัก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง
กรมการแพทย์รายงานสถิติน่ากังวลในประเทศไทย พบผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เฉลี่ยสูงถึง 400 รายต่อวัน ขณะที่จำนวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์มะเร็งกลับเพิ่มขึ้นไม่ทันต่อสถานการณ์ ปัจจุบันมีแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมอายุรศาสตร์มะเร็งแห่งประเทศไทยเพียง 389 คนเท่านั้น สะท้อนถึงช่องว่างขนาดใหญ่ในการดูแลผู้ป่วยตลอดเส้นทางการรักษา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ (St. George’s University: SGU) ประเทศเกรเนดา เล็งเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหากำลังคน จึงมุ่งเน้นแนวทางการจัดการศึกษาสมัยใหม่ที่ไม่ได้จำกัดแค่การสร้างแพทย์เฉพาะทาง แต่เน้นการทำงานแบบสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Team) เพื่อรับมือความซับซ้อนของโรคมะเร็งได้อย่างครอบคลุม
หลักสูตรของ SGU ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านการวินิจฉัยทางคลินิก การสื่อสารกับผู้ป่วย และการทำงานร่วมกันผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ห้องปฏิบัติการกายวิภาคศาสตร์ที่ผสานการชำแหละร่างอาจารย์ใหญ่เข้ากับการจำลอง 3 มิติ และห้องปฏิบัติการสถานการณ์จำลองที่ให้นักศึกษาได้ฝึกดูแลผู้ป่วยจริงในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย
นอกจากนี้ SGU ยังสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติงานในโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 75 แห่ง ทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร เพื่อเรียนรู้วิธีการจัดการโรคมะเร็งในระบบสาธารณสุขระดับโลกที่หลากหลาย เตรียมความพร้อมสู่การดูแลผู้ป่วยโดยยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง (Patient-Centered Care) ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ปัจจุบัน ศิษย์เก่า SGU ชาวไทยได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุข ตัวอย่างเช่น นพ. ธนพล ผิวปั๋น (MD รุ่นปี 2024) ซึ่งปฏิบัติงานด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน มุ่งนำประสบการณ์ระดับสากลมาใช้เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการสุขภาพในชุมชนที่ขาดแคลน
เนื่องในวันมะเร็งโลกปี 2569 นี้ การลงทุนพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ที่มีทักษะยืดหยุ่นและมีความรู้รอบด้าน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบสาธารณสุขทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ เพื่อรับมือกับวิกฤตโรคมะเร็งในอนาคตได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกเว็บไซต์ของ SGU





