LG ทุ่มยกระดับ ‘โรงงานระยอง’ สู่ศูนย์กลาง R&D โลก! ผสาน ‘K-Tech-ฝีมือไทย’ มั่นใจปั้นวิศวกรไทยนำทัพออกแบบ ‘เครื่องซักผ้าฝาบน’ ส่งออกกว่า 90%

LG ทุ่มยกระดับ 'โรงงานระยอง' สู่ศูนย์กลาง R&D โลก! ผสาน 'K-Tech-ฝีมือไทย' มั่นใจปั้นวิศวกรไทยนำทัพออกแบบ 'เครื่องซักผ้าฝาบน' ส่งออกกว่า 90%

แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในการพลิกบทบาทโรงงานผลิตในจังหวัดระยอง ให้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงฐานการผลิตหลัก สู่การเป็น ศูนย์กลางด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D Center) ที่มีนัยสำคัญในเครือข่ายระดับโลกของแอลจี ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการผสานกลยุทธ์ K-Tech (Korean Technology) ซึ่งเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูงจากเกาหลีใต้ เพื่อพัฒนาร่วมกับศักยภาพของบุคลากรชาวไทย จนเกิดเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง

การลงทุนเชิงกลยุทธ์นี้ส่งผลให้ทีมวิศวกรไทยได้รับความไว้วางใจให้เป็น ผู้รับผิดชอบหลักในการออกแบบและพัฒนาเครื่องซักผ้าฝาบนกว่าร้อยละ 90 ของรุ่นที่ส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในทักษะและความสามารถของบุคลากรไทยในเวทีสากล

นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์นี้ว่า “แอลจีมุ่งมั่นที่จะยกระดับโรงงานในประเทศไทยให้เป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่เป็นศูนย์กลางที่สร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรมจากประเทศเกาหลีใต้ ความสำเร็จของทีม R&D ของไทยในการเป็นผู้นำการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เป็นผลมาจากนโยบายการลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรและการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง”

โรงงานแอลจีที่จังหวัดระยองถือเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของโลกในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน ด้วยกำลังการผลิตรวมกว่า 5.9 ล้านเครื่องในปี 2567 และมีสัดส่วนการส่งออกกว่าร้อยละ 80 ไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง แคนาดา เม็กซิโก และออสเตรเลีย โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์เป็นสัดส่วนการผลิตหลักที่ร้อยละ 45 ตามมาด้วยกลุ่มเครื่องซักผ้า (รวมฝาบน ถังคู่ และเครื่องอบผ้า) ที่ร้อยละ 39 และกลุ่มคอมเพรสเซอร์ที่ร้อยละ 16

เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องและรองรับการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แอลจีได้จัดสรรงบประมาณการลงทุนเฉลี่ยปีละ 500-800 ล้านบาท นับตั้งแต่ปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และยกระดับระบบความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ แอลจียังให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน โดยมีการจัดหาชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากผู้ผลิตภายในประเทศไทย (Local Supplier) ในสัดส่วนที่มากกว่าร้อยละ 70 ซึ่งเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจของคู่ค้าในประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างเสถียรภาพด้านการจ้างงานในพื้นที่กว่า 1,850 อัตรา

การยกระดับบทบาทของโรงงานตลอดระยะเวลา 28 ปี จากฐานการผลิตสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมและการออกแบบ ถือเป็นการวางตำแหน่งเชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจและนวัตกรรมของแอลจีในเวทีการแข่งขันระดับโลก ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของแอลจี อีเลคทรอนิคส์ ในศักยภาพของบุคลากรและระบบเศรษฐกิจของไทย

DHL ซัพพลายเชน ผุดคลังสินค้าพลังงานสะอาด 100% แห่งแรกในไทย ชูความยั่งยืนด้วยงบลงทุนกว่า 1.3 พันล้านบาท

Scroll to Top