ศูนย์วิจัยอาหารแมว i-Cattery ที่ตั้งอยู่ใน ม.มหิดล ศาลายา ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในศูนย์วิจัยอาหารแมวระดับโลกที่เต็มไปด้วยเจ้า “แมวนักชิม” กว่า 50 ตัว ที่มาช่วยคัดสรรอาหารรสชาติดีที่สุดสำหรับการนำไปผลิตอาหารแมวออกสู่ตลาดต่อไป
หากถามถึงเรื่องความแม่นยำของการใช้แมวเข้ามาทำวิจัยอาหารแมว แน่นอนว่ามีมากกว่ามนุษย์แน่นอน อีกส่วนหนึ่งคือ แมวก็เป็นสัตว์เลี้ยงที่กินอาหารยากกว่าสุนัข หรือเลือกกินมากกว่านั่นเอง เพราะฉะนั้นนอกจากสารอาหารจะต้องครบถ้วนเพื่อเสริมสร้างสุขภาพแล้ว รสชาติจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญมากๆ แบบขาดไม่ได้กับการพัฒนาอาหารแมว

“แมวนักชิม” คือใคร ต้องทำอะไรบ้าง
ชื่อตำแหน่งก็บอกอยู่แล้วว่าแมวนักชิม เพราะฉะนั้นหน้าที่หลักของน้องเหมียวคือ กิน กิน และกินอย่างเดียว
โดยกิจวัตรประจำวันของเจ้าเหมียวเหล่านี้จะเริ่มตั้งแต่เวลา 8.00 คือตื่นมาเล่นกับผู้ดูแล (Specialize) และเล่นกับเพื่อน จนถึงเวลา 12.00 น. จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงพักผ่อนจนถึง 15.00 น. หลังจากตื่นแล้วก็จะถึงเวลาทำงานไปจนถึง 18.00 น. หรือทำงานแค่ 3 ชม. ต่อวันเท่านั้น
ส่วนหลังเวลา 18.00 น. ไปจนถึงเช้า จะเป็นเวลาอิสระของเจ้าเหมียวเหล่านี้
สำหรับในช่วง 3 ชั่วโมงของการทำงาน เจ้าเหมียวกลุ่มนี้จะทำงานกับเจ้าหน้าที่ เช่น การทดสอบชิมอาหารแบบ A/B Testing หรือการให้แมวเลือกว่าจะกินจานไหน เพื่อเก็บเป็นสถิติก่อนนำไปวิจัยรสชาติอาหารเพิ่มเติม และกลับมาให้แมวได้ชิมใหม่จนกว่าจะได้รสชาติที่ดีที่สุด แมวชอบมากที่สุด

มีนักชิมสายพันธุ์อะไรบ้าง
สำหรับในศูนย์ i-Cattery มีแมวนักชิมทั้งหมด 50 ตัว แบ่งเป็น
- Domestic Shorthair 21 ตัว
- Siamese 3 ตัว
- Karat 2 ตัว
- British Shorthair 4 ตัว
- Scottish 8 ตัว
- Persian 4 ตัว
- American Shorthair 8 ตัว
จากตัวเลขจะเห็นว่ามี Domestic Shorthair มากถึง 42% ของแก๊งนักชิมทั้งหมด ซึ่ง สัตวแพทย์หญิงศรีสุภา พงศ์ศรีวัฒน์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอาหารแมว i-Cattery ได้เล่าให้ฟังว่า สาเหตุที่เลือกพันธุ์ Domestic Shorthair เข้ามาทำงานมากที่สุดเพราะเป็นสายพันธุ์ที่มาตรฐานการขิมดีที่สุด และการที่มีนักชิมที่ดีจะช่วยให้กระบวนการวิจัยทำได้รวดเร็วมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันการทำงานของศูนย์วิจัยแห่งนี้ช่วยลดเวลาการทำงานได้ 3 เท่า เมื่อเทียบกับการจ้างบริษัททำวิจัย

คุณสมบัตินักชิมระดับปริญญา
ซึ่งการคัดเลือกแมวที่มีคุณสมบัติจะเข้ามารับตำแหน่งงานนี้ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะทุกตัวจะต้องผ่านการตรวจโรคร้าย เช่น โรคเอดส์แมว หรือโรคที่เกิดจากไวรัสต่างๆ
นอกจากนี้ ยังต้องเป็นแมวที่เลือกกินโดยไม่มี Bias ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าแมวมี Bias มั้ย ในมุมของการคัดเลือกต้องบอกว่ามี และแมวเหล่านั้นจะไม่ผ่านเกณฑ์ในการเข้ามาเป็นนักชิม เพราะไม่สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิจัยได้จริง
สำหรับวัยที่เข้าทำงานได้จะเริ่มตั้งแต่อายุ 3 เดือนขึ้นไป จนถึง 6 ขวบ หลังจากนั้นก็จะให้เกษียณ โดยการหาบ้านใหม่ให้ และคอยติดตามผู้ที่ขอรับไปดุแลอยู่เสมอ หรือหากหาไม่ได้ทางศูนย์ก็จะเลี้ยงต่อไปจนน้องกลับดาวแมว
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยอาหารแมว i-Cattery ก่อตั้งขึ้นในปี 2023 ภายใต้การดูแลของ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และเป็นบริษัทเอกชนรายแรกในประเทศไทยและผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเพียงรายเดียวของโลกที่ได้รับการรับรองจาก Association for Assessment and Accreditation of Laboratory Animal Care หรือ AAALAC International ในระดับสูงสุด ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ประเมินและรับรองการวิจัยที่ยึดหลักปฏิบัติด้านการดูแลสวัสดิภาพที่ดีของสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ด้วยความรับผิดชอบและถูกต้องตามหลักจรรยาบรรณ







