YLG ชี้ทองคำครึ่งปีแรก 2568 พุ่งแรง 25% เกือบเทียบเท่าปี 2567 ที่ 27% สถิติ 20 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.36% จับตาเป้าหมาย 3,650 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์

YLG ชี้ทองคำครึ่งปีแรก 2568 พุ่งแรง 25% เกือบเทียบเท่าปี 2567 ที่ 27% สถิติ 20 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.36% จับตาเป้าหมาย 3,650 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์

วายแอลจี (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 25% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่รวดเร็วและแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ราคาทองคำปรับขึ้นทั้งปีที่ 27% โดยปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก สถานการณ์สงครามการค้าที่ปะทุขึ้นอีกครั้งหลังการเข้ารับตำแหน่งของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ยังคงคุกรุ่น

พวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร YLG กล่าวว่า ปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกได้รับความสนใจอย่างมากคือ การเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งมีการซื้อโดยไม่จำกัดราคาและไม่ขายออก อีกทั้งยังมีแรงซื้อจากกองทุนทองคำ ETF ที่เข้ามาลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยง ทำให้ราคาทองคำทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง

ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้และไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้ ซึ่งแตกต่างจากสกุลเงินต่างๆ ทำให้ทองคำสามารถทำหน้าที่ป้องกันอัตราเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของสกุลเงินได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ สถิติย้อนหลัง 20 ปี ชี้ให้เห็นว่าทองคำมีผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 9.36% ต่อปี และในช่วงที่เกิดความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ทองคำยังให้ผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่า 10% ยิ่งไปกว่านั้น ทองคำยังมีความพิเศษในด้านสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายเปลี่ยนเป็นเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงได้รับความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลาย

สำหรับแนวโน้มราคาทองคำในระยะยาวปีนี้ YLG ประเมินว่า ทองคำยังมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 3,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ และหากสถานการณ์ความกังวลต่างๆ ยังไม่คลี่คลาย ก็มีโอกาสที่จะไปถึงระดับสูงสุดที่ 3,650 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศนั้น มีโอกาสขึ้นไปแตะ 53,800 บาทต่อบาททองคำ และแนวต้านถัดไปที่ 56,200 บาทต่อบาททองคำ (โดยคาดการณ์ที่อัตราแลกเปลี่ยน 32.45 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ)

สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในทองคำแต่มีเงินลงทุนเริ่มต้นจำกัด YLG ได้เปิดให้บริการ Gold Wallet สำหรับการซื้อขายทองคำแท่ง 99.99% ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง และซื้อขายตามราคาเรียลไทม์ เริ่มต้นเพียง 0.1 ออนซ์ ไปจนถึงสูงสุด 700 ออนซ์ หรือ 20 กิโลกรัม นอกจากนี้ สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการลงทุนระยะยาว YLG แนะนำการสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจในการสร้างวินัยการออมและเข้าถึงราคาทองคำที่หลากหลาย และยังสามารถตั้งเวลาซื้อล่วงหน้าได้อีกด้วย

ธุรกิจไทยปรับกลยุทธ์รับมือภาษีสหรัฐฯ มุ่งขยายตลาดอาเซียน เร่งดิจิทัล และความยั่งยืน พร้อมรับมือความท้าทายด้านบุคลากร

Scroll to Top