SpaceX พุ่ง 62% หลัง IPO เพียง 3 วัน มูลค่าบริษัทแซง Amazon ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนราคาแพงเกินจริง

SpaceX พุ่ง 62% หลัง IPO เพียง 3 วัน มูลค่าบริษัทแซง Amazon ด้านผู้เชี่ยวชาญเตือนราคาแพงเกินจริง

หุ้น SpaceX (SPCX) ยังคงสร้างปรากฏการณ์ร้อนแรงในตลาดหุ้นสหรัฐฯ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ทะลุ 2.65 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้ายักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ได้สำเร็จ และขึ้นแท่นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดอันดับ 6 ในสหรัฐฯ ทั้งที่เพิ่งเปิดตัว IPO ในตลาด Nasdaq ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยรวมแล้วราคาหุ้นพุ่งขึ้นถึง 62% จากราคาเปิดขายขอนข้างต้นที่ 135 ดอลลาร์ มาปิดที่ 201.8 ดอลลาร์ในวันอังคาร

แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้กลุ่มนักลงทุนรายย่อยและสถาบันการเงินพากันไล่ราคาหุ้นอย่างดุเดือด เกิดจากการที่ Elon Musk ซีอีโอของบริษัท ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า SpaceX มีโอกาสทำรายได้แตะ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 ประกอบกับการประกาศเข้าซื้อกิจการ Anysphere ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มโค้ดดิ้ง AI ชื่อดังอย่าง ‘Cursor’ ด้วยมูลค่าสูงถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อขยายอาณาจักรซอฟต์แวร์ AI สำหรับองค์กร ถัดจากการเข้าซื้อกิจการ xAI ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตื่นตัวของตลาด สถาบันวิจัยชั้นนำอย่าง Morningstar กลับออกมาแสดงความกังวลอย่างรุนแรง โดยปรับลดประมาณการมูลค่าที่เหมาะสม (Fair Value) ของหุ้น SpaceX ลงเหลือเพียง 62 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดในปัจจุบันถึง 69% พร้อมระบุว่า SpaceX เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีราคาแพงที่สุดเท่าที่เคยวิเคราะห์มา เนื่องจากพื้นฐานทางธุรกิจยังตามไม่ทันราคาหุ้น โดยในปี 2025 SpaceX มีผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 4.9 พันล้านดอลลาร์ และขาดทุนต่อเนื่องอีก 4.28 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะที่มีรายได้เพียง 1.87 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 ซึ่งน้อยกว่า Amazon ถึง 19 เท่า

ทางด้านผู้เชี่ยวชาญทางการเงินระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้หุ้น SpaceX พุ่งสูงเกินจริงในช่วงนี้เกิดจากข้อจำกัดทางเทคนิคของตลาด เนื่องจากบริษัทปล่อยหุ้นออกมาซื้อขายในระบบเพียง 5% ของหุ้นทั้งหมด ทำให้เกิดภาวะ “หุ้นขาดแคลน” ท่ามกลางความต้องการที่ล้นหลาม นอกจากนี้ หุ้น SpaceX กำลังถูกเร่งรัดเพื่อนำเข้าไปคำนวณในดัชนีหุ้นสำคัญๆ เช่น FTSE Russell, MSCI และ Nasdaq-100 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทำให้นักลงทุนสถาบันและกองทุนเฮดจ์ฟันด์พากันเข้าซื้อหุ้นดักหน้า เพื่อรอขายต่อให้กองทุนดัชนี (Passive Funds) ที่ถูกบังคับซื้อตามเกณฑ์การจัดน้ำหนักหุ้น

ทั้งนี้ ตลาดประเมินว่าบททดสอบที่แท้จริงของ SpaceX จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมหรือต้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นกำหนดการรายงานผลประกอบการครั้งแรกในฐานะบริษัทมหาชน และจะเป็นช่วงเวลาที่มาตรการห้ามซื้อขายหุ้นของนักลงทุนวงใน (Lock-up Period) สิ้นสุดลง โดยจะมีหุ้นกลุ่มเดิมปลดล็อกออกมาซื้อขายในตลาดเพิ่มอีกถึง 7% ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา 1 , 2 , 3

สรุป IPO ใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ SpaceX หรือ “SPCX” เข้าเทรด Nasdaq มูลค่าเฉียด 1.8 ล้านล้าน USD

Scroll to Top