ครม.อนุมัติ 2 โครงดำเนินระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง

120 views

คมนาคม แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรีในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม โดย ครม. ได้พิจารณาอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) จำนวน 2 โครงการ ดังนี้

1. โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงตลิ่งชัน – ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี ได้แก่ สถานีพระราม 6 สถานีบางกรวย – การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) และสถานีบ้านฉิมพลี ในกรอบวงเงิน 10,202.18 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7) ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจากช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ไปถึงอำเภอศาลายา จังหวัดนครปฐม ระยะทางรวม 14.8 กิโลเมตร คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณเดือนมิถุนายน 2562 แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2565

2. โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในกรอบวงเงิน 6,570.40 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7) ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ซึ่งเป็นส่วนต่อขยายจากช่วงบางซื่อ – รังสิต ไปถึงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทางรวม 8.84 กิโลเมตร ประกอบด้วย 4 สถานี ได้แก่ สถานีคลองหนึ่ง สถานีเชียงราก สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ และสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฯ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณเดือนสิงหาคม 2562 แล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2565

3. กระทรวงคมนาคมได้เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดให้การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลองครักษ์ ตำบลศีรษะกระบือ ตำบลบางลูกเสือ ตำบลพระอาจารย์ ตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก และตำบลดอนเกาะกา ตำบลสิงโตทอง ตำบลหมอนทอง ตำบลบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน เพื่อดำเนินโครงการขยายทางหลวงชนบท นย.3001
สำหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงตลิ่งชัน – ศิริราช ระยะทาง 5.7 กิโลเมตร

3 สถานี วงเงินลงทุน 6,645.03 ล้านบาท อยู่ระหว่างปรับลดวงเงินลงทุนตามข้อเสนอแนะของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยจะเสนอ ครม. พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป และสายสีแดงเข้มจากสถานีหัวลำโพง – มหาชัย อยู่ระหว่างการปรับแบบ สำรวจเส้นทางใหม่ ทั้งนี้ โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงตลิ่งชัน – ศาลายา และโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต – มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต รฟท. จะดำเนินการประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) หรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ภายใน 2 เดือน และจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายในปีนี้