รัฐมนตรีคมนาคม สั่งทุกหน่วยเร่งเพิ่มปริมาณการใช้ยางพารา ในปี 2563 ย้ำอุปกรณ์ต้องได้มาตรฐานและเงินต้องส่งถึงมือเกษตรกรโดยตรง

167 views

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แจ้งคำสั่งกระทรวงคมนาคม เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราของกระทรวงฯ เพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มปริมาณการใช้ยางพาราในงานก่อสร้างทาง ทางรถไฟ และอุปกรณ์อื่นที่เกี่ยวข้องของกระทรวงฯ โดยใช้วัสดุทดแทนที่ผลิตจากยางพารา เช่น วัสดุกั้นถนน เกาะกลางยางพารา เป็นต้น และสนับสนุนการใช้ยางพาราจากการยางแห่งประเทศไทย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร สถาบันเกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรที่เป็นนิติบุคคุล ซึ่งเป็นผู้ขายและผู้ผลิตโดยตรง

ภายหลังจากรับฟังการเสนอเกี่ยวกับการใช้ยางพาราในปี 2562 และแผนที่จะดำเนินงานในปี 2563 ของกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ได้สั่งการให้ ทั้ง 2 หน่วยงาน ทำการศึกษาข้อมูลและแนวทางการนำยางพารามาใช้ในงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยคำนวณปริมาณการใช้ยางพาราในงานต่าง ๆ เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ต้องใช้ จะเกิดรายได้ที่จะถึงมือเกษตรกรโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางมากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณาว่ากระทรวงฯ ควรใช้ยางพาราในงานหรืออุปกรณ์ใดจึงจะเหมาะสม ต้นทุนการผลิตไม่สูงมากนัก สามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง และสร้างความปลอดภัยเพิ่มขึ้นได้ รวมทั้งให้ศึกษาออกแบบแบริเออร์ยางพาราโดยใช้วัสดุอื่น ๆ เพิ่มเติมจากแนวทางที่ ทล. ทช. อยู่ระหว่างการศึกษา อาทิ ใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงเป็นโครงสร้าง เช่น คอนกรีต ลวดสลิง และใช้ยางพาราหุ้มภายนอก นอกจากนี้ให้หาแนวทางเพิ่มอายุการใช้งานวัสดุที่มียางพาราเป็นส่วนผสม หาวิธีการเพื่อให้การวางแบริเออร์ไม่ส่งผลกระทบต่อคนข้ามถนน ไม่เกิดปัญหารถตัดการจราจรกัน ให้ออกแบบจุดกลับรถที่เหมาะสมทั้งรถยนต์และรถขนาดใหญ่ ในการนี้ รัฐมนตรีว่ากระทรวงฯ เน้นย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่เป็นการรื้อถอนแบร์ริเออร์หรือเกาะกลางที่มีอยู่แล้ว แต่ให้พิจารณาปรับปรุงความปลอดภัยเพิ่มเติม พร้อมให้ศึกษาเปรียบเทียบระยะเวลาการติดตั้งแบริเออร์กับเกาะกลางถนนในระยะทาง 1 กิโลเมตร ใช้เวลาแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร และให้ใช้ยางพาราเป็นผสมเพิ่มขึ้นในปี 63 รวมถึงโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยใช้หลายวิธีการเพื่อให้เกิดประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชน

นอกจากนี้รัฐมนตรีว่ากระทรวงฯ ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำยางพารามาใช้แก้ปัญหาหินโรยทาง ที่ต้องใช้งบประมาณในการปรับปรุงเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ศึกษาเพิ่มเติมว่าสามารถนำยางพารามาเป็นส่วนผสมในอุปกรณ์กันเสียงบนทางพิเศษได้หรือไม่ โดยให้ทุกหน่วยงานทั้ง ทล. ทช. รฟท. กทพ. กรมเจ้าท่า (จท.) บูรณการร่วมกันในการศึกษาเกี่ยวกับการนำยางพารามาใช้ และให้รายงานความคืบหน้าอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ หรือในการประชุมครั้งต่อไป

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2562 มีปริมาณการใช้ยางพาราของกระทรวงฯ จำนวน 34,313.35 ตัน คิดเป็นมูลค่ายางพารา 411.76 ล้านบาท ส่วนในปีงบประมาณ 2563 มีแผนการใช้ยางพารา จำนวน 52,368.61 ตัน คิดเป็นมูลค่าฯ 628.41 ล้านบาท โดยปี 2562 – 2563 ปริมาณน้ำยางพาราที่เพิ่มขึ้น 18,055.26 ตัน มูลค่าฯ เพิ่มขึ้น 216.65 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 52.63% (ทล. เพิ่มขึ้น 15.43% และ ทช. เพิ่มขึ้น 128.36%) ซึ่ง ทล. ทช. ใช้ยางพารากับงานถนน อุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย จท. นำยางพารามาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ยางกันกระแทก รฟท. นำยางพารามาใช้เป็นแผ่นปูทาง แผ่นยางรองรางรถไฟ แผ่นยางครอบหมอนคอนกรีตอัดแรงสำหรับรองใต้แผ่นปูทางผ่าน และ กทพ. เตรียมนำยางพารามาใช้กับเสาล้มลุก ถังเตือนหัวเกาะยางพารา และแบริเออร์ยางพาราที่ใช้สำหรับงานก่อสร้าง