ผลการสำรวจระดับนานาชาติเผยสถานการณ์น่ากังวลของภัยคุกคามทางเทคโนโลยี เมื่อพบว่าประชากรวัยผู้ใหญ่ราว 1 ใน 15 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 7 เคยตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดด้วยภาพที่สร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) นับตั้งแต่อายุครบ 18 ปี โดยงานวิจัยชี้ชัดว่าการคุกคามรูปแบบนี้กำลังกลายเป็นปัญหาใกล้ตัวที่ไม่จำกัดอยู่เพียงแค่กลุ่มบุคคลสาธารณะอีกต่อไป
รายงานดังกล่าวจัดทำโดยมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที (RMIT University) ประเทศออสเตรเลีย จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ใหญ่กว่า 7,200 คนในออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยพบว่าสัดส่วนของเหยื่อในออสเตรเลียสูงกว่าอีกสองประเทศเล็กน้อยที่ร้อยละ 7.7
สำหรับพฤติกรรมการล่วงละเมิด ครอบคลุมตั้งแต่การนำภาพส่วนตัวไปสร้างหรือดัดแปลงด้วยเทคโนโลยี AI โดยไม่ได้รับความยินยอม ตลอดจนการนำไปเผยแพร่หรือการใช้ข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการใช้ชีวิต โดยเหยื่อเกือบร้อยละ 87 ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายต่อชีวิตอย่างน้อยหนึ่งด้าน ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพและความเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ส่วนตัว หน้าที่การงาน หรือสถานะทางการเงิน
เมื่อพิจารณาในแง่เพศสภาพ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่าผู้ชายระบุว่าเคยถูกล่วงละเมิดในสัดส่วนร้อยละ 10.2 ซึ่งสูงกว่าผู้หญิงที่รายงานไว้ร้อยละ 3.8 มากกว่าสองเท่าตัว อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้หญิงกลับรายงานผลกระทบเชิงลบและปฏิกิริยาที่รุนแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งความหวาดกลัวเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคล รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต
ด้าน ศาสตราจารย์นิโคลา เฮนรี จากมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที ระบุว่าข้อค้นพบนี้สะท้อนว่าการล่วงละเมิดด้วยภาพสังเคราะห์จาก AI ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนดังหรือบุคคลที่มีชื่อเสียงเท่านั้น พร้อมเน้นย้ำว่าบริษัทเทคโนโลยีจำเป็นต้องยกระดับและเพิ่มมาตรการป้องกันเชิงรุกอย่างเข้มงวดตั้งแต่ต้นทาง ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ความเสียหายขึ้น
แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเดินบนท้องถนนในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 18 ก.ย. 2026
ที่มา Xinhua
–จีนขยับแก้กฎหมายพลังงานหมุนเวียนครั้งใหญ่ เพิ่มเกณฑ์คุมเข้มพัฒนา-ก่อสร้าง ดันกลไกตลาดไฟฟ้าเต็มสูบ







