


ปี 2561 เอไอเอส ได้ลงทุนในโครงการสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ทุกหน่วยธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว รวมทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่
1. การประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz เพิ่มเติม เพื่อเสริมศักยภาพด้านโครงข่าย 4G ให้เป็นโครงข่ายที่เร็วที่สุดและมีคลื่นความถี่รองรับมากที่สุด ส่งผลให้เอไอเอสเป็นเพียงโอเปอเรเตอร์รายเดียวที่มีคลื่น 1800MHz ยาวต่อเนื่องกันเต็มบล็อก 2x20MHz หรือที่เรียกว่า “Super Block” ทำให้ลูกค้าที่ใช้ 4G ทั่วประเทศ ได้ความเร็วเพิ่มขึ้น 15-30% ในทันที
2. ขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ เพื่อให้บริการ FTTH: Fiber to the Home รองรับการใช้งานของลูกค้าอินเทอร์เน็ตบ้าน เอไอเอส ไฟเบอร์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ครอบคลุม 57 จังหวัด กว่า 7 ล้านครัวเรือน
3. การซื้อกิจการ CSL เพื่อขยายการทำธุรกิจในกลุ่มลูกค้าองค์กร (Enterprise Business) โดยเฉพาะในงานบริการด้าน Cloud, Managed ICT Service ด้วยแนวคิดผู้นำบริการ ICT เพื่อองค์กรครบวงจร
4. จับมือร่วมลงทุนกับพันธมิตรชั้นนำของประเทศอย่าง LINE และ Rabbit ให้บริการ Rabbit LINE Pay เพื่อขยายช่องทางในงานบริการลูกค้าด้าน Mobile Money หรือ e-Wallet ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เป็นการเน้นย้ำความสำคัญของการก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกช่วงวัย

“เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล จำเป็นที่จะต้องเตรียมความพร้อม และพัฒนาสินค้าและบริการต่างๆ เพื่อนำเอาขีดความสามารถของเทคโนโลยีมาสร้างให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงการเดินหน้าสร้าง Ecosystem กับภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้พร้อมสำหรับการแข่งขันในเวทีระดับสากล โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับเทคโนโลยี 5G ที่จะมีส่วนพลิกโฉมและสร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งในแง่ธุรกิจและไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า” นายสมชัย กล่าวสรุป



