‘Asthma Excellence Mobile Application’ คือ นวัตกรรมดิจิทัลเพื่อยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคหืดในประเทศไทย ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหืดจากโครงการ “Healthcare Through Innovation” ภายใต้แนวคิด “ดูแลสุขภาพแบบก้าวหน้าด้วยนวัตกรรมดิจิทัล” โครงการแรกภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “Supporting and Promoting Healthcare Technology Development in Thailand” ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า และ โครงการ Healthy Lung โดย แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย เพื่อมอบให้กับ สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหืดในประเทศไทย
–เส้นทางสู่ระบบคลาวด์ของธุรกิจจัดจําหน่ายในเครือ SCG
–SCB 10X ประกาศร่วมลงทุนใน Darwinbox ดันสู่ยูนิคอร์นรายล่าสุด
รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 2 ปี ถือเป็นอุบัติการณ์ด้านสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก การทำงานของสมาคมอุรเวชช์เองก็ต้องเปลี่ยนจากฝ่ายตั้งรับเป็นเชิงรุกมากขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยกลุ่มโรคในระบบทางเดินหายใจซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงของโรคมากกว่าคนทั่วไป สำหรับในกลุ่มผู้ป่วยโรคหืดเองที่แม้จะเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อและสามารถควบคุมโรคได้ แต่หากได้รับเชื้อโควิด-19 ก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิต เนื่องจากเป็นไวรัสที่ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรงซึ่งแพทย์จำเป็นต้องมีแนวทางการรักษาที่ชัดเจนและทันต่อความเร่งด่วนมากขึ้นเพื่อลดความสูญเสียนี้
ในส่วนของแอปพลิเคชันที่มีการพัฒนาขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นฐานข้อมูลที่รวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับการรักษาผู้ป่วยโรคหืดที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากลไว้อย่างครบถ้วนก็ถือเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาการดูแลผู้ป่วยต่อไป ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของสมาคมที่มุ่งส่งเสริมองค์ความรู้ของแพทย์เพื่อให้การรักษาประชาชนในกลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด”
กษมา กองสมัคร ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านนโยบายและความมั่นคง สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า “ในฐานะหน่วยงานผู้สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความร่วมมือและผลลัพธ์จากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาด้านสาธารณสุขในประเทศไทย บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “Supporting and Promoting Healthcare Technology Development in Thailand ที่ทางดีป้าได้ลงนามร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้าในเดือนเมษายน 2564 ถือเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลของประเทศไทย โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยพัฒนา และเพิ่มขีดความสามารถของระบบบริการสุขภาพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อทำให้คนไทยสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุข และการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง
ความร่วมมือดังกล่าวนำมาสู่การจัดการแข่งขันเสนอไอเดียชิงทุนพัฒนาแอปพลิเคชันเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหืด ภายใต้แนวคิด “ดูแลสุขภาพแบบก้าวหน้าด้วยนวัตกรรมดิจิทัล” ซึ่งผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศคือ บริษัท เอเซค ฟรอนเทียร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท Digital Startup ผู้พัฒนาแอปพลิเคชันจากทุนสนับสนุน ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด”
เจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าว่า “โรคหืดเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยจากข้อมูลของ worldlifeexpectancy.com พบคนไทยเสียชีวิตจากโรคหืด คิดเป็น 3.43 ต่อประชากร 1 แสนคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้การดูแลรักษาผู้ป่วยในกลุ่มโรคทางเดินหายใจมีความซับซ้อนมากขึ้น แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนการพัฒนา Asthma Excellence Mobile Application เล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการเข้าถึงยาและการรักษาผู้ป่วย จึงได้ส่งเสริมและผลักดัน ดิจิทัลเฮลท์ (Digital Health) การผสานพลังระหว่างการดูแลสุขภาพ เทคโนโลยี ดาต้า และอนาลิติกส์ เพื่อขับเคลื่อนวิถีการดูแลสุขภาพในสังคมไปสู่มิติใหม่ที่ยั่งยืน
โดยแพลตฟอร์มนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่เราภาคภูมิใจ แอสตร้าเซนเนก้าพร้อมเดินหน้าประสานความร่วมมือกับ หน่วยงานด้านสาธารณสุข องค์กรพันธมิตร และเครือข่ายภาครัฐอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำนวัตกรรมด้านดิจิทัลเทคโนโลยีมาเสริมสร้าง สนับสนุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการทางแพทย์ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ประชาชนคนไทย
‘Asthma Excellence Mobile Application’ แอปพลิเคชันที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาผู้ป่วยโรคหืด ด้วยฐานข้อมูลเกี่ยวกับโรคหืดที่ครบถ้วนและครอบคลุม นับตั้งแต่ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการดูแลสุขภาพหลังรับการรักษา อาทิ แนวทางการวินิจฉัยเพื่อดูแลรักษาโรคหืด การประเมินความเสี่ยงและการควบคุมโรคหืด แนวทางการรักษาและการกำหนดปริมาณยา รวมถึงการติดตามอาการของผู้ป่วยเพื่อการรักษาโรคหืดที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยบุคลากรทางการแพทย์สามารถดาว์นโหลดแอปพลิเคชันได้แล้ววันนี้ ผ่านทาง App Store สำหรับระบบ iOS และ Google Play Store







