“เจาะเทรนด์การลงทุนทองคำในไทย” MTS ชี้ทองยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว

"เจาะเทรนด์การลงทุนทองคำในไทย" MTS ชี้ทองยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว

ท่ามกลางกระแสการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทองคำ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่คนไทยให้ความสนใจ แต่รูปแบบการซื้อขายกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างชัดเจน

ในบทความนี้ Biztalk เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ กีรดิต หิรัณยศิริ ประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด (MTS) หรือ แม่ทองสุก ถึงข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับพฤติกรรมการซื้อทองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และการเติบโตของตลาดนี้

“ทองคำ” สินทรัพย์เพื่อความมั่งคั่ง

กีรดิต มองว่าทองคำยังคงเป็น สินทรัพย์เพื่อการลงทุนหลักของคนไทย ในระยะยาว เนื่องจากมีสภาพคล่องสูงมาก สามารถขายได้ทุกที่ทุกเวลาในประเทศไทย และยังสามารถแปรรูปหรือนำไปจำนำได้

ไม่เพียงเท่านั้น ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่สามารถชนะอัตราเงินเฟ้อ มีสภาพคล่องดีกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และการลงทุนในทองคำเป็นวิธีการส่งต่อความมั่งคั่ง (Wealth Transfer) ให้กับลูกหลานได้ง่ายอีกด้วย

คนแต่ละ Gen มีวิธีออมทองต่างกัน

หากลงลึกมาดูที่พฤติกรรมการซื้อทองของคนไทยในแต่ละช่วงวัย จะพบความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามช่วงวัย ดังนี้:

  • กลุ่มที่ 1: “นักลงทุนดิจิทัล” (Gen Z) – เน้นซื้อและเก็บ:
    • เป็นกลุ่มที่ชื่นชอบการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล และ ไม่นิยมเบิกทองคำจริง โดยจะซื้อและเก็บสะสมไว้ในระบบเพื่อรอโอกาสในการซื้อหรือขายทำกำไร
    • กลุ่มนี้มีจำนวน User จำนวนมาก เช่น ในแพลตฟอร์ม Dime มีผู้ใช้งานวัยนี้ถึงเกือบ 5-6 แสนราย แต่ปริมาณการซื้อต่อครั้งอาจไม่สูงเท่ากลุ่มอื่น
  • กลุ่มที่ 2: “นักลงทุนผสม” (Gen Y) – ซื้อออนไลน์ แต่ขอจับต้อง:
    • คนกลุ่มนี้มักจะซื้อผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลเช่นกัน แต่สุดท้ายจะ เลือกที่จะเบิกทองคำ ออกจากระบบ ไม่ว่าจะด้วยการไปรับที่สาขา หรือให้ส่งไปรษณีย์ไปที่บ้าน
    • ยังคงมีความเชื่อมั่นใน “การจับต้อง” สินทรัพย์จริง และเป็นกลุ่มที่อาจมีเม็ดเงินในการลงทุนที่สูงกว่า
  • กลุ่มที่ 3: “นักลงทุนดั้งเดิม” (Gen X ขึ้นไป) – เน้นร้านทอง:
    • เป็นกลุ่มที่คุ้นเคยกับการ ถือเงินสดไปซื้อที่ร้านทองโดยตรง (Back to Basic) และเป็นกลุ่มที่ยังมี มูลค่าการซื้อขาย (Volume) ที่ใหญ่ที่สุด ในตลาดโดยรวม
"เจาะเทรนด์การลงทุนทองคำในไทย" MTS ชี้ทองยังเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว

กีรดิต เชื่อว่าการเติบโตของการซื้อขายทองในตลาดออนไลน์ มาจากการสร้างความน่าเชื่อถือด้วยธนาคาร อย่าง แพลตฟอร์ม MTS ประสบความสำเร็จเพราะเริ่มต้นด้วยการร่วมมือกับ “เป๋าตัง” ตั้งแต่ช่วงปี 2021 ในช่วงที่ร้านทองต่างๆ ต้องปิดจากสถานการณ์โควิด ซึ่งปัจจุบันเป็นแพลตฟอร์มที่คนไทยให้ความเชื่อถือ จากนั้นจึงขยายความร่วมมือไปยังธนาคารชั้นนำอื่น ๆ เช่น K PLUS และ Dime

“การซื้อขายผ่านธนาคารนี้ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ เนื่องจากมีการ KYC (Know Your Customer) ผ่านระบบธนาคาร ทำให้เป็นเสมือนการกรองความน่าเชื่อถือถึงสองชั้น” กีรดิต อธิบาย

ข้อดีอีกส่วนของการซื้อผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลคือ ซื้อทองคำง่ายขึ้นมาก โดยผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อทองเป็นบาท แต่สามารถ “ซอย” ราคาซื้อได้ โดยเริ่มลงทุนขั้นต่ำเพียงหลักร้อยบาท (เช่น 100-150 บาท) และสะสมน้ำหนักทองไว้ในระบบ (Gold Wallet) จนครบตามกำหนด (เช่น 1 กรัม) จะสามารถแลกเป็นทองคำแท่งได้

ลงทุนทองคำ ยังต้องระวัง เพราะมีความเสี่ยง

ถึงแม้ว่าทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนในระยะยาว แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องระวัง ซึ่ง กีรดิต ได้แยกความเสี่ยงออกเป็น 3 มิติ ดังนี้

ระวัง “ซื้อตามอารมณ์”:

ควรหลีกเลี่ยงการลงทุนตามกระแสข่าว หรือการคาดการณ์ที่สูงเกินจริง (เช่น ทองจะไป 70,000-90,000 บาท) โดยที่ไม่ได้วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เพราะอาจทำให้ “ติดดอย” ได้ เนื่องจากราคาทองคำเป็นการเคลื่อนไหวตามตลาดโลก

ความซับซ้อนของราคาทองออนไลน์:

การซื้อทองคำผ่านแพลตฟอร์มมักจะอ้างอิงราคาเป็น US ดอลลาร์ ซึ่งนักลงทุนจะต้องพิจารณาความผันผวนของราคา ทองคำ และ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท/ดอลลาร์ ไปพร้อมกัน ทำให้มีความซับซ้อนกว่าการดูราคาบาทที่คนไทยคุ้นเคย

เลือกคู่ค้าที่น่าเชื่อถือ:

ควรเลือกออมทองผ่าน ธนาคารชั้นนำ ที่มีคู่ค้าที่ดี เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่ร้านค้าทองจะขาดสภาพคล่องหรือเกิดปัญหา ซึ่งเป็นบทเรียนจากข่าวการปิดร้านทองในอดีต

ทั้งนี้ กีรดิต แนะนำว่า ในการจัดสรรเงินลงทุน (Asset Allocation) บุคคลทั่วไปควรปันส่วนเงินประมาณ 10-20% มาลงทุนในทองคำ โดยมองเป็น สินทรัพย์ปลอดภัยในระยะยาว ซึ่งมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนจากราคาที่สูงขึ้นขั้นต่ำเฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปี

เปิด 4 ปัจจัยเร่งโลกการเงินเปลี่ยนเร็ว พร้อมกลยุทธ์ “รอดหรือรวย” ในยุคเงินเฟ้อพุ่ง

Scroll to Top