ปตท. โชว์ผลงานไตรมาสแรกแกร่ง กำไร 2.3 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้ง “วอร์รูม” ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ปตท. โชว์ผลงานไตรมาสแรกแกร่ง กำไร 2.3 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้ง "วอร์รูม" ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ปตท. เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 กำไรสุทธิ 23,315 ล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จครบรอบ 1 ปีภายใต้การบริหารของ ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง CEO ยืนยันเดินหน้ากลยุทธ์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” เน้นธุรกิจ Hydrocarbon ปรับพอร์ตสู่สมดุลใหม่ พร้อมจัดตั้งวอร์รูมเร่งด่วนรับมือสงครามเศรษฐกิจโลก สร้างเสถียรภาพและการเติบโตอย่างยั่งยืน

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยถึงความสำเร็จครบรอบ 1 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน” พร้อมประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 ที่แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิกว่า 23,315 ล้านบาท และนำส่งรายได้เข้ารัฐในรูปแบบภาษีถึง 7,256 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นในกลยุทธ์ที่เดินมาถูกทาง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

กลยุทธ์มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงทางพลังงานและต่อยอดธุรกิจ

ปตท. มุ่งเน้นธุรกิจหลัก Hydrocarbon เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดย ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการเพิ่มกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งอาทิตย์เป็น 330 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในโครงการสินภูฮ่อม ซึ่งเป็นแหล่งปิโตรเลียมบนบกสำคัญในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ปริมาณสำรองปิโตรเลียมของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ปตท. ยังขยายการเติบโตในต่างประเทศ โดยเข้าถือหุ้น 10% ในโครงการ Ghasha ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ขณะที่ GPSC เดินหน้าขยายพอร์ตธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในอินเดียและไต้หวัน สอดรับกับแนวโน้มความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น

ในส่วนของธุรกิจ LNG ปตท. มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย LNG ในภูมิภาค โดยใช้จุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมนำเข้า LNG รวม 11 ล้านตันต่อปี ครอบคลุมทั้งสัญญาระยะยาวและแบบ Spot

สำหรับธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายจากสภาพอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป GC ได้เร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบปิโตรเคมีระยะยาว ด้วยการนำเข้าอีเทนจากสหรัฐอเมริกาปริมาณ 400,000 ตันต่อปี พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ปตท. ผ่านโครงการ P1 และ D1 ซึ่งเป็นการบริหารจัดการ Supply & Market ร่วมกัน นอกจากนี้ยังแสวงหา Strategic Partner เพื่อเสริมแกร่งธุรกิจ โดย ปตท. ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ปตท. โชว์ผลงานไตรมาสแรกแกร่ง กำไร 2.3 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้ง "วอร์รูม" ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก

ปรับพอร์ตธุรกิจ Non-Hydrocarbon สู่สมดุลใหม่

ปตท. ประเมินธุรกิจ Non-Hydrocarbon โดยพิจารณาจากความน่าสนใจของธุรกิจ และความถนัดของ ปตท. ในการเข้าไปต่อยอดธุรกิจนั้นๆ รวมถึงการมีพันธมิตรที่แข็งแกร่ง โดยมีแนวทางการลงทุนดังนี้:

  • ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ EV Value Chain: มุ่งเน้นธุรกิจบรรจุกระแสไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า และปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน Horizon Plus และธุรกิจที่มีความเสี่ยง
  • ธุรกิจโลจิสติกส์: ออกจากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของกลุ่ม ปตท. และมุ่งเน้นเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องและสามารถสร้าง Synergy ภายในกลุ่มได้
  • ธุรกิจ Life Science: ปรับพอร์ตมุ่งเน้นเฉพาะ Pharmaceutical และ Nutrition โดยมีแผนการเติบโตที่ชัดเจนร่วมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญ และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ทางการเงิน (Self-funding)

การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ Non-Hydrocarbon ดังกล่าว ช่วยให้ ปตท. สามารถรักษาเงินลงทุน (Capital Preservation) ไว้ได้ แทนที่จะนำเงินไปลงทุนในธุรกิจที่มีความเสี่ยงและไม่สร้างผลกำไร

ขับเคลื่อนความยั่งยืนสู่ Net Zero 2050

สำหรับด้านความยั่งยืน กลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการเติบโตทางธุรกิจ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมีการ Reconfirm เป้าหมาย Net Zero 2050 และกำหนดแผนงานที่ชัดเจน พิจารณาต้นทุนของการลดคาร์บอนด้วยวิธีต่างๆ เทียบกับค่าใช้จ่ายของการปล่อยคาร์บอน เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่าและบรรลุเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังมีความก้าวหน้าในการศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) รวมถึงพัฒนา CCS Hub Model เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลระดับประเทศในอนาคต สำหรับธุรกิจไฮโดรเจน อยู่ระหว่างการหารือกับพันธมิตรเพื่อจัดหาไฮโดรเจนและแอมโมเนียคาร์บอนต่ำ และประยุกต์ใช้ในภาคการผลิตไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (Power Development Plan: PDP) ของประเทศไทย

ปตท. โชว์ผลงานไตรมาสแรกแกร่ง กำไร 2.3 หมื่นล้านบาท พร้อมตั้ง "วอร์รูม" ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก

การบริหารทางการเงินที่แข็งแกร่งและการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจ

ด้านการบริหารทางการเงิน ปตท. อนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2567 ที่ 2.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งนับเป็นการจ่ายเงินปันผลสูงสุดนับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์ และมีการขยายระยะเวลาเครดิตทางการค้า (ETC) เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้แก่บริษัทในกลุ่ม พร้อมรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ ในปี 2568 ยังมีการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารสภาพคล่อง เพิ่มความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น และเพิ่มอัตราผลตอบแทน

จากสถานการณ์พลังงานที่ผันผวนและเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มถดถอย ปตท. ได้จัดตั้ง “วอร์รูม” เพื่อเตรียมแผนรับมือครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่:

  1. Strategy: ทบทวนกลยุทธ์เดิมและพิจารณาความท้าทายใหม่ พบว่ากลยุทธ์กลุ่ม ปตท. มาถูกทาง สามารถรับมือกับปัจจัยภายนอกและสงครามการค้าได้ แต่ต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับความร่วมมือภายในกลุ่ม
  2. Financial Management: รักษาวินัยการเงิน บริหารต้นทุนการเงิน เสริมสภาพคล่องกระแสเงินสด และรักษาระดับ Credit Rating
  3. Supply Chain & Customer: ดูแลคู่ค้าและลูกค้า เพื่อสร้างความต่อเนื่องตลอด Supply Chain พร้อมเร่งดำเนินโครงการสร้างมูลค่าเพิ่ม
  4. Project Management: ทบทวนความเป็นไปได้ของโครงการและการลงทุนอย่างรอบคอบ รวมถึงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน (Asset Monetization) ของ flagship
  5. Communication: สื่อสารและสร้างความเข้าใจการดำเนินธุรกิจแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างทั่วถึง

ดร.คงกระพัน มั่นใจว่ากลยุทธ์ที่ปรับใช้มาตลอด 1 ปี ได้ผลตอบรับที่ดี สะท้อนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอก กลุ่ม ปตท. พร้อมเร่งสร้างความแข็งแกร่งภายใน สร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่มผ่านโครงการสำคัญ อาทิ โครงการ P1 และ D1 ซึ่งเป็น PTT Group Synergy มีเป้าหมาย 3,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2028 โครงการ Mission X ยกระดับ Operational Excellence สร้างมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2027 และโครงการ Axis ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างมูลค่า 11,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2029 รวมถึงการทำ Asset Monetization ของกลุ่ม ปตท. ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน

นอกจากภารกิจด้านพลังงาน กลุ่ม ปตท. ยังคงยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทย โดยส่งเจ้าหน้าที่ PTT Group SEALs ร่วมภารกิจค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมา พร้อมสนับสนุนอาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ที่จำเป็น ย้ำพันธกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน สร้างการเติบโต ควบคู่กับการลดก๊าซเรือนกระจก และดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อให้ ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน

Scroll to Top